Cloud Technology เป็นการนำเครื่องเซิร์ฟเวอร์จำนวนหลายเครื่อง มาประสานการทำงานร่วมกันในลักษณะ Cluster ทดแทนการใช้งานเซิร์ฟเวอร์แบบ เดิมคือ Standalone เดิมเซิร์ฟเวอร์จะทำงานโดยอิสระจากกันเป็นเครื่องๆ ไป เช่น เซิร์ฟเวอร์หนึ่งครื่องมีเว็บไซต์ที่ใช้งานแชร์ทรัพยากรร่วมกันทั้งหมด 100 เว็บไซต์ แต่ Cloud Technology จะนำเว็บไซต์ทั้ง 100 เว็บไซต์ มาประมวลผลบนกลุ่มเซิร์ฟเวอร์ ที่มีคอมพิวเตอร์หลายเครื่องประมวลผลร่วมกัน

ปัจจุบันเราได้นำ Cloud Technology มาให้บริการเว็บโฮสติ้ง (Web Hosting), เซิร์ฟเวอร์เสมือนส่วนตัว (VPS) และอีเมลธุรกิจ (Business E-mail) สำหรับลูกค้า SMEs และ Corporation เพื่อสร้างความมั่นใจในความเสถียรต่อการใช้งาน และความปลอดภัยของข้อมูล

Cloud applications

เซิร์ฟเวอร์โดยทั่วไป

cloud-benefit-1
cloud-benefit-3
cloud-benefit-5

คลาวด์เซิร์ฟเวอร์

cloud-benefit-2
cloud-benefit-4
cloud-benefit-6

Cloud Technology ของเราแตกต่างจากผู้ให้บริการท่านอื่นอย่างไร

  • ไม่จัดเก็บข้อมูลในรูปแบบ
    Centralized Architecture

ผู้ให้บริการคลาวด์ในประเทศไทยส่วนใหญ่มักนิยมออกแบบคลาวด์ในรูปแบบนี้ด้วยการนำ SAN หรือ Storage มาไว้ส่วนกลางและเชื่อมเข้าด้วยเซิร์ฟเวอร์จำนวนหลายเครื่อง เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลรักษาและง่ายต่อการย้ายจากระบบเดิมมาเป็นคลาวด์ แต่การออกแบบในลักษณะนี้ก็มีข้อเสียอยู่ไม่น้อย เช่น หากการเก็บข้อมูลส่วนกลางได้รับความเสียหาย ระบบทั้งหมดจะ down ทันที แม้จะแก้ไขด้วยการทำ Mirror SAN แต่ปัญหาที่จะตามมาในภายหลังคือปัญหาคอขวด เมื่อเซิร์ฟเวอร์ทุกเครื่องต้องเรียกข้อมูลจากศูนย์กลางเพียงจุดเดียว แม้จะแก้ไขด้วยการนำ Switch ความเร็วสูงหลายตัวมาใช้งาน แต่ก็ยังไม่ดีพอต่อการ Scale Out เมื่อมีจำนวน Server เพิ่มขึ้นในอนาคต

  • จัดเก็บข้อมูลด้วย Virual SAN เท่านั้น

เรามีแนวคิดสำหรับ Cloud Technology ยุดใหม่ที่ว่า “SAN ไม่จำเป็นอีกต่อไป” เราจึงนำแนวคิด Virtual SAN หรือที่เรียกว่า vSAN มาใช้งาน หลักการของ vSAN คือ การนำเซิร์ฟเวอร์จำนวนหลายเครื่อง (ปัจจุบัน 30 เครื่อง) มาทำงานร่วมกันในลักษณะ Cluster โดยใช้ Local Storage (HDDs) บนเซิร์ฟเวอร์แต่ละเครื่องมาใช้งาน ควบคู่กับ SSDs เพื่อ Cache Data ที่มีการเรียกใช้งานบ่อยๆ เมื่อเซิร์ฟเวอร์ทำงานร่วมกันในลักษณะ Cluster ด้วย vSAN ทำให้เกิด Cloud Technology รูปแบบใหม่

Cloud Computing แบบ Centralize Architecture
Cloud Computing แบบ Centralize Architecture
Cloud Computing ด้วย Virtual SAN
Cloud Computing ด้วย Virtual SAN
vSAN Cloud Storage
vSAN Cloud Storage
  • ถ้าเซิร์ฟเวอร์เครื่องหนึ่งพังข้อมูลจะหายหรือไม่ ?

คำตอบคือ “ไม่” อย่างแน่นอน นั่นคือความคิดแรกที่มีความสำคัญมากที่สุดที่เราจะต้องนึกถึง เพราะหน้าคือของเราคือการรักษาข้อมูลและการทำให้ข้อมูลนั้นถูกใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดเก็บข้อมูลด้วย vSAN นั่นเป็นการจัดเก็บแบบ Distributed Network File System โดยข้อมูลจะกระจายตัวอยู่บน Cloud Network ของเครือข่ายเรา เราจะไม่มีทางรู้ว่าข้อมูลนั้นอยู่บนเซิร์ฟเวอร์เครื่องใด การจัดเก็บลักษณะนี้จะทำให้ข้อมูลปลอดภัยจากแฮคเกอร์ ซึ่งเป็นแนวความคิดและวิธีปฏิบัติเดียวกับผู้ให้บริการระดับโลก เช่น Google, Apple, Facebook, Microsoft

จากภาพ vSAN Cloud Storage ทางด้านซ้ายมือจะแสดงให้เห็นถึงการทำงานของ vSAN เมื่อมีข้อมูลเข้ามาหนึ่ง Object ระบบจะแบ่งข้อมูลออกเป็นส่วนๆ และกระจายเข้าไปเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในระบบ Cluster โดยจะเก็บไว้มากกว่า 1 เครื่อง

  • หากมีเหตุสุตวิสัย Server 3 พังจะเกิดอะไรขึ้น!

ยกตัวอย่างกรณี Server 3 เกิดความเสียหาย ข้อมูลสีแดงและสีขาว ในเครื่องที่ 3 จะเสียหายไปทันที หากมีผู้ที่เข้าถึงข้อมูลสีแดงและสีขาว ระบบ HA (High Availability) จะทำงานโดยใช้ข้อมูล สีขาวจาก Server 6 และข้อมูลสีแดงจาก Server 7

ความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้ ส่งผลกระทบต่อระบบโดยรวมอย่างน้อยนิด โดยที่เราแทบจะไม่ทราบถึงผลกระทบนั้นและไม่ทำให้ความเร็วลดลง หลังจากนั้นทีมเจ้าหน้าที่เทคนิคจะนำเซิร์ฟเวอร์เครื่องที่มีปัญหาออก และนำเซิร์ฟเวอร์เครื่องใหม่เข้าไปเปลี่ยนทันที โดยในระหว่างที่ดำเนินการจะไม่ส่งผลใดๆ ต่อการใช้งานของผู้ใช้ทั้งสิ้น เรียกได้ว่า Downtime 0% แน่นอน