ปี 2025 ถือเป็นปีที่อีเมลองค์กรต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยสูงที่สุดตั้งแต่มีอินเทอร์เน็ต องค์กรไทยตั้งแต่ธุรกิจ SME ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ต่างรายงานเหตุการณ์ด้าน Cybersecurity เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งการหลอกขโมยรหัสผ่าน การส่งใบแจ้งหนี้ปลอม การยึดบัญชีผู้ใช้ ไปจนถึงการปลอมตัวตนแบบแนบเนียนที่ตรวจจับยากกว่าเดิมหลายเท่า
สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่ “จำนวนการโจมตี” แต่เป็น “ความฉลาดและแม่นยำ” ของผู้โจมตี ที่ใช้ข้อมูลจริงขององค์กรมาโจมตีองค์กรเองในลักษณะ Business Email Compromise (BEC)
บทความส่งท้ายปีนี้จะสรุป Email Security Trends ที่องค์กรไทยต้องเตรียมรับก่อนเข้าสู่ปี 2026 เพื่อออกแบบระบบอีเมลที่ปลอดภัย และสอดคล้องกับภัยคุกคามยุคใหม่
1) AI Phishing เข้าสู่จุดที่แยกไม่ออกว่าอีเมลจริงหรือปลอม
- ไม่มีคำผิด
- เขียนตามสไตล์พนักงานจริง
- ใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์ / LinkedIn / โซเชียลของบริษัท
- ใส่หัวข้อ (Subject) ที่ตรงสถานการณ์จริง
2) Business Email Compromise (BEC) เพิ่มขึ้น และเนียนกว่าเดิมหลายเท่า
การโจมตีแบบ BEC ไม่ได้เน้นไวรัสหรือมัลแวร์ แต่เน้น “หลอกให้ทำตาม” เช่น
- โอนเงินตามใบแจ้งหนี้ปลอม
- เปลี่ยนเลขบัญชีปลายทาง
- หลอกให้แชร์เอกสารสำคัญ
- เปลี่ยนข้อมูลบัญชีพนักงาน HR
ผู้โจมตีจะปลอมอีเมลจาก
- CFO
- Supplier รายใหญ่
- ลูกค้าสำคัญ
- พาร์ทเนอร์ที่องค์กรทำงานด้วยจริง
ในปี 2025 BEC ในไทยเพิ่มขึ้นกว่า 60% ตามสถิติของหลายหน่วยงานกำกับดูแล และยังคงเพิ่มต่อเนื่องในปี 2026
3) การยึดบัญชีผู้ใช้งาน (Account Takeover) คือภัยลำดับ 1 ขององค์กรไทย
แม้องค์กรจำนวนมากจะเริ่มเปิดใช้ MFA แล้ว แต่การยึดบัญชียังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากสาเหตุ
- พนักงานใช้รหัสผ่านซ้ำกับเว็บอื่น
- Login จาก Wi-Fi สาธารณะ
- Phishing หน้า Login ปลอม
- ใช้แอป Third-party ที่ไม่ได้ตรวจสอบ
เมื่อบัญชีถูกยึด ผู้โจมตีจะ
- อ่านอีเมลเก่า
- สร้าง Rule Forwarding แบบลับ ๆ
- ส่งอีเมลที่เหมือนพนักงานจริง
- แอบเปลี่ยนข้อมูลสำคัญ
มักจะถูกค้นพบหลังความเสียหายเกิดขึ้นแล้วหลายวันหรือหลายสัปดาห์
4) Zero-Trust Email Access กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่
องค์กรใหญ่ในไทยเริ่มเปลี่ยนจากการเปิดอีเมลให้เข้าได้ทุกที่ทุกเวลา สู่การกำหนดเงื่อนไขเข้มขึ้น เช่น
- จำกัดการ Login ตามประเทศ
- อนุญาตเฉพาะอุปกรณ์ที่ผ่านการตรวจสอบ
- ตรวจสอบพฤติกรรมผู้ใช้แบบเรียลไทม์
- ตรวจ IP Address ที่มีความเสี่ยง
- บล็อกการ Login ที่เวลาไม่สมเหตุสมผล
ในปี 2026 Zero-Trust จะถูกใช้ในระดับ SME เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
5) DMARC + BIMI จะกลายเป็นมาตรฐานขั้นต่ำในการป้องกันการปลอมโดเมน
ปี 2025–2026 ระบบอีเมลทั่วโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ต้องใช้การยืนยันตัวตนขั้นสูง
- SPF: บอกว่าเซิร์ฟเวอร์ใดส่งอีเมลแทนองค์กรได้
- DKIM: เซ็นชื่อดิจิทัลเพื่อยืนยันอีเมล
- DMARC: บล็อก/ปฏิเสธอีเมลปลอม
- BIMI: แสดงโลโก้แบรนด์ใน Inbox เพื่อยืนยันตัวตนอย่างเป็นทางการ
ถ้าองค์กรยังไม่ได้ตั้งค่า 4 ตัวนี้ จะเสี่ยงต่อการปลอมอีเมลทันที
6) Threat Intelligence + Email Monitoring แบบเรียลไทม์จะกลายเป็นเรื่องจำเป็น
การตรวจสอบ Email Log รายสัปดาห์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะการโจมตีสมัยนี้ใช้เวลาน้อยมาก เช่น
- brute force 5 นาที
- สร้าง Forwarding 1 นาที
- ส่ง phishing ต่อภายใน 10 นาที
องค์กรจะเริ่มใช้
- ระบบแจ้งเตือนพฤติกรรมผิดปกติ
- AI วิเคราะห์ลักษณะการใช้งาน
- ระบบ Block อัตโนมัติเมื่อเสี่ยงสูง
ปี 2026 จะเป็นปีที่ “Monitoring” สำคัญเทียบเท่ากับ “Authentication”
7) องค์กรไทยจะเริ่มใช้ Email Security Awareness Training อย่างจริงจัง
การแจ้งเตือนหรือส่งอีเมลเตือนพนักงานไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะ Phishing กลายเป็นเรื่องที่ดูเหมือนจริงมากขึ้น
องค์กรจะเริ่ม
- จำลองการถูกฟิชชิง
- อบรมไตรมาสละครั้ง
- ทำแบบทดสอบเร่งด่ว
- สร้างวัฒนธรรม “ระวังอีเมลเสมอ”
ธุรกิจที่เริ่มก่อนจะลดความเสี่ยงไปได้มากกว่า 80%
ปี 2025 เป็นปีที่ภัยคุกคามอีเมลแทบจะ “มองไม่เห็น” และปี 2026 ต้องคิดเชิงรุกกว่าเดิม
สิ่งที่องค์กรไทยควรทำทันทีในปี 2026 ได้แก่
- บังคับใช้ MFA
- ปิด IMAP/POP
- เปิด Zero-Trust Access
- ตรวจ Email Log รายวัน
- ตั้ง SPF, DKIM, DMARC, BIMI ให้ครบ
- มีทีมตรวจสอบและแจ้งเตือนภัยคุกคาม
- ให้พนักงานรู้จัก Phishing แบบใหม่
ใครเริ่มก่อน จะปลอดภัยกว่า ใครเริ่มช้า จะไล่ตามไม่ทัน THAI DATA HOSTING ให้บริการ Email Security แบบครบวงจร ตั้งแต่ Workmail, Google Workspace, DMARC/BIMI Setup ไปจนถึง Email Monitoring & Incident Response
เริ่มต้นปี 2026 พร้อมระบบอีเมลที่ปลอดภัยกว่าที่เคย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมคลิก https://www.thaidatahosting.com/contact/
สอบรายละเอียดเพิ่มเติม
- 061-989-8891
- [email protected]
- Line Official : @THAIDATAHOSTING


