Managed Cloud PaaS · โฮสติ้งสำหรับร้านค้าออนไลน์โดยเฉพาะ

eCommerce Hosting
โฮสติ้งร้านค้าออนไลน์

โฮสติ้งสำหรับเว็บอีคอมเมิร์ซที่ขายได้จริงทุกวัน เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การช้อปปิ้งที่รวดเร็วและปลอดภัย ด้วยโฮสติ้งที่ปรับแต่งขึ้นมาสำหรับเว็บไซต์ซื้อขายสินค้าโดยเฉพาะ รองรับระบบตะกร้าสินค้าและการเชื่อมต่อระบบชำระเงินออนไลน์ ติดตั้ง WooCommerce, PrestaShop และ OpenCart ได้ใน 1 คลิก บน LiteSpeed + All Flash NVMe SSD รองรับการทำ SEO ให้เหนือกว่าคู่แข่ง เริ่มต้น 1,539 บาท/ปี

*ฟรี! จดโดเมนเนมและต่ออายุ · ฟรี! ย้ายเว็บไซต์และฐานข้อมูลจากโฮสเดิม · ฟรี! ระบบป้องกันและแก้ไขเว็บติดมัลแวร์ · ฟรี! ระบบ 1 Click Auto Install

บริการ eCommerce Hosting โฮสติ้งสำหรับเว็บอีคอมเมิร์ซและร้านค้าออนไลน์ รองรับ WooCommerce, PrestaShop และ OpenCart โดย THAI DATA HOSTING
การันตี Uptime ตามสัญญา SLA
99.99%การันตี Uptime ตามสัญญา SLA
เซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานเป็น Cluster
1,000+เซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานเป็น Cluster
สำรองข้อมูลรายวันย้อนหลัง
30 วันสำรองข้อมูลรายวันย้อนหลัง
ทีมงานคนไทยดูแลทุกวัน
24/7ทีมงานคนไทยดูแลทุกวัน
  • ISO/IEC 27001
  • ISO 22301
  • ISO 20000-1
  • CSA-STAR

Data Center Tier 3+ ในไทยและต่างประเทศ · Uptime 99.99% · ทีมงานคนไทย 24x7x365

eCommerce Hosting คืออะไร และต่างจากเว็บโฮสติ้งทั่วไปอย่างไร

eCommerce Hosting คือเว็บโฮสติ้งที่ออกแบบมาเพื่อรองรับเว็บอีคอมเมิร์ซโดยเฉพาะ รองรับระบบตะกร้าสินค้า (Shopping Cart) และการเชื่อมต่อการชำระเงินออนไลน์ (Online Payment) มีความปลอดภัยในการทำธุรกิจทางออนไลน์สูง หน้าร้านทั่วไปแคชได้เกือบทั้งหมด แต่หน้าตะกร้าและหน้าชำระเงินของร้านค้าต้องประมวลผลสดและเขียนฐานข้อมูลทุกครั้ง โฮสติ้งสำหรับร้านค้าจึงต้องเร็วในจุดที่แคชไม่ได้ และปลอดภัยพอสำหรับระบบที่มีทั้งเงินและข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าอยู่ด้วยกัน

  • รูปแบบการใช้งาน

    เว็บโฮสติ้งทั่วไป
    หน้าเว็บนิ่ง ๆ ที่แคชได้เกือบทั้งหมด
    eCommerce Hosting
    ตะกร้าสินค้า สมาชิก และ Checkout ที่แคชไม่ได้ ต้องประมวลผลสดทุกครั้ง
  • ฐานข้อมูล

    เว็บโฮสติ้งทั่วไป
    อ่านเป็นหลัก ปริมาณคำสั่งไม่มาก
    eCommerce Hosting
    เขียนหนักตลอดเวลา ทั้งสต๊อก คำสั่งซื้อ และ Session ต้องมี Redis/OPCache ช่วย
  • ความปลอดภัย

    เว็บโฮสติ้งทั่วไป
    SSL และไฟร์วอลล์พื้นฐาน
    eCommerce Hosting
    WAF, Anti-DDoS ระดับ L7, สแกนมัลแวร์ และการแยกสิทธิ์ไฟล์ เพราะมีเงินและข้อมูลลูกค้าอยู่ในระบบ
  • ทราฟฟิกช่วงแคมเปญ

    เว็บโฮสติ้งทั่วไป
    ผู้เข้าชมค่อนข้างสม่ำเสมอ
    eCommerce Hosting
    พุ่งหลายเท่าในช่วง Flash Sale หรือ 11.11 ต้องขยายทรัพยากรได้ทันที
  • ผลกระทบเมื่อเว็บช้าหรือล่ม

    เว็บโฮสติ้งทั่วไป
    เสียภาพลักษณ์
    eCommerce Hosting
    เสียยอดขายทันที ลูกค้าที่ Checkout ไม่สำเร็จมักไม่กลับมาอีก
  • การสำรองข้อมูล

    เว็บโฮสติ้งทั่วไป
    สำรองเป็นรอบ ๆ ก็เพียงพอ
    eCommerce Hosting
    ต้องสำรองรายวันและกู้คืนได้เร็ว เพราะคำสั่งซื้อที่หายไปคือรายได้ที่หายไป
WHY ECOMMERCE HOSTING

ทำไมร้านค้าออนไลน์ต้องใช้โฮสติ้งเฉพาะทาง

สามเรื่องที่ตัดสินว่าร้านของคุณจะปิดการขายได้หรือเสียลูกค้าไปกลางทาง

  • SPEED = SALES

    เว็บช้าคือยอดขายที่หายไป

    ทุกวินาทีที่หน้าสินค้าโหลดช้าลง คือโอกาสที่ลูกค้าจะกดออกก่อนเห็นปุ่มสั่งซื้อ Google เองก็ใช้ Core Web Vitals เป็นหนึ่งในสัญญาณจัดอันดับ เราจึงวางร้านค้าไว้บน LiteSpeed + NVMe และ Cache หลายชั้นตั้งแต่แพ็กเกจแรก

    ดูเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง
  • TRUST & SECURITY

    ร้านค้าคือเป้าหมายของการโจมตี

    ร้านออนไลน์เก็บทั้งข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าและเส้นทางการชำระเงิน จึงถูกสแกนหาช่องโหว่ตลอดเวลา ทุกแพ็กเกจจึงมาพร้อม WAF, Anti-DDoS ระดับ L7, ระบบตรวจและแก้ไขมัลแวร์ และ SSL ฟรีตลอดอายุการใช้งาน

    อ่านเรื่องความปลอดภัยของร้านค้า
  • PEAK TRAFFIC

    วันที่ขายดีที่สุด คือวันที่เว็บล่มบ่อยที่สุด

    ทราฟฟิกของร้านค้าไม่ได้สม่ำเสมอ แต่พุ่งเป็นช่วงตามแคมเปญ ไลฟ์สด และ 11.11 โครงสร้าง Cloud Cluster ของเราขยายทรัพยากรได้ทันที และมี Cloud Load Balance ให้เลือกใช้เมื่อร้านโตขึ้น

    ดูแพ็กเกจตามขนาดร้าน
COMMON PROBLEMS

ปัญหาที่ร้านค้าออนไลน์เจอบ่อย และทางแก้

หกอาการที่เจ้าของร้านทักมาหาเรามากที่สุด พร้อมสาเหตุจริงและสิ่งที่ใช้แก้ได้

  • อาการที่เจอบ่อย

    คนเข้าพร้อมกันเยอะแล้วเว็บช้าหรือล่ม

    โฮสติ้งที่ทำงานบนเครื่องเดียวจะใช้ CPU และ RAM จนเต็มเมื่อมีคนเข้าพร้อมกันมาก ๆ ซึ่งมักเกิดตอนยิงแอด ไลฟ์สด หรือวันแคมเปญ คือช่วงที่ร้านต้องการให้เว็บอยู่รอดที่สุด

    ทางแก้: ระบบทำงานเป็น Cloud Cluster ขยายทรัพยากรได้ทันทีโดยไม่ต้องย้ายร้าน และมี Cloud Load Balance ให้ใช้เมื่อโตขึ้น

    ดูแพ็กเกจตามขนาดร้าน
  • อาการที่เจอบ่อย

    หน้าตะกร้าและหน้าชำระเงินโหลดช้ากว่าหน้าอื่น

    สองหน้านี้แคชไม่ได้ เพราะต้องคำนวณราคา ค่าส่ง และสต๊อกใหม่ทุกครั้ง โฮสติ้งที่เร่งด้วยการแคชหน้าเว็บอย่างเดียวจึงช่วยตรงนี้ไม่ได้เลย

    ทางแก้: เร่งด้วย Redis และ OPCache ที่ระดับฐานข้อมูลและ PHP บน All Flash NVMe SSD ไม่ใช่แค่แคชหน้าเว็บ

    ดูเทคโนโลยีที่ใช้
  • อาการที่เจอบ่อย

    ลูกค้าจ่ายเงินแล้ว แต่ออเดอร์ยังค้างสถานะ “รอชำระเงิน”

    Payment Gateway ยืนยันผลการจ่ายกลับมาที่เว็บด้วย Webhook ถ้าเว็บช้าหรือล่มในจังหวะนั้น หรือบล็อกการเชื่อมต่อขาเข้า สถานะจะไม่อัปเดต และร้านต้องมาไล่กระทบยอดเอง

    ทางแก้: ระบบเปิดรับ Webhook และเรียก API ออกผ่าน cURL/OpenSSL ได้เต็มที่ พร้อม Cron สำหรับตรวจออเดอร์ค้างสถานะทุกวัน

  • อาการที่เจอบ่อย

    เว็บโดนฝังโค้ด เปลี่ยนไปหน้าเว็บพนัน หรือขึ้นเตือนใน Google

    ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากเซิร์ฟเวอร์ แต่มาจากปลั๊กอินหรือธีมที่ไม่ได้อัปเดต พอถูกฝังโค้ดแล้ว อันดับใน Google จะตกและเบราว์เซอร์อาจขึ้นคำเตือนกับลูกค้า

    ทางแก้: WAF และ Anti-DDoS ระดับ L7 กันตั้งแต่ต้นทาง มีระบบตรวจและแก้ไขมัลแวร์ให้ฟรี พร้อมสำรองข้อมูลย้อนหลัง 30 วันไว้กู้คืน

  • อาการที่เจอบ่อย

    อีเมลแจ้งออเดอร์และใบเสร็จตกไปอยู่ในถังขยะของลูกค้า

    ร้านส่วนใหญ่ส่งอีเมลออกจากเว็บโดยไม่ได้ตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC บนโดเมน ปลายทางจึงตรวจไม่ผ่านและจัดเป็นสแปม ลูกค้าไม่เห็นเลขพัสดุ แล้วกลับมาถามในแชททุกราย

    ทางแก้: ตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC ให้ครบตั้งแต่ติดตั้ง และแนะนำให้ส่งอีเมลร้านผ่านระบบอีเมลในชื่อโดเมนของคุณเอง

    ดู Email Hosting ในชื่อร้านคุณ
  • อาการที่เจอบ่อย

    สินค้าเยอะขึ้นแล้วหลังบ้านอืด แก้ราคาทีละนาน

    เมื่อ SKU เพิ่มขึ้นหลักหมื่น ฐานข้อมูลต้องเขียนและอ่านหนักขึ้นมาก โดยเฉพาะตอนซิงก์สต๊อกหรืออัปเดตราคาทั้งร้าน ซึ่งเป็นงานที่แย่งทรัพยากรกับหน้าร้านที่ลูกค้ากำลังใช้อยู่

    ทางแก้: ย้ายขึ้น Cloud Private Hosting ที่มี CPU และ RAM ส่วนตัว ไม่แชร์กับใคร และปรับสเปกเพิ่มได้ตามจำนวนสินค้า

    ดู Cloud Private Hosting
SUPPORTED PLATFORMS

เลือกแพลตฟอร์ม eCommerce ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

ติดตั้งได้ใน 1 คลิกผ่าน Plesk Control Panel ทั้ง WooCommerce, PrestaShop และ OpenCart พร้อมเลือกเวอร์ชัน PHP ที่ระบบของคุณต้องการได้เอง

  • WooCommerce

    WooCommerce

    แพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์ที่คนไทยใช้มากที่สุด

    ปลั๊กอินอีคอมเมิร์ซบน WordPress ที่ทำให้เว็บบริษัทเดิมกลายเป็นร้านค้าเต็มรูปแบบได้ทันที หน้าจอจัดการใช้ง่าย มีปลั๊กอินขนส่งและ Payment Gateway ของไทยให้เลือกครบ เหมาะกับการเริ่มต้นและต่อยอดการตลาดเอง

    • ติดตั้งได้ใน 1 คลิกผ่าน WordPress Toolkit
    • ต่อ Omise, 2C2P, GB Prime Pay และ PromptPay ได้
    • ทำ SEO และ Content Marketing ได้ในระบบเดียว

    แนะนำแพ็กเกจ: Cloud Linux Enterprise Business

  • PrestaShop

    PrestaShop

    โอเพนซอร์สที่เด่นเรื่องรายงานการขาย

    ซอฟต์แวร์ร้านค้าโอเพนซอร์สที่มีระบบรายงานในตัว ช่วยวิเคราะห์ยอดขายและพฤติกรรมลูกค้าได้ละเอียด มีชุดคุณสมบัติครบสำหรับจัดการร้านค้าออนไลน์ พร้อมธีมหลากหลายที่ปรับให้เข้ากับแบรนด์ได้

    • รายงานยอดขายและพฤติกรรมลูกค้าในตัว
    • จัดการหลายภาษาและหลายสกุลเงินได้
    • ต้องการ PHP และ MySQL/MariaDB เวอร์ชันที่รองรับ ซึ่งเราเลือกได้เอง

    แนะนำแพ็กเกจ: Cloud Linux Enterprise Business

  • OpenCart

    OpenCart

    ไฟล์เบา ติดตั้งง่าย โหลดไว

    ระบบจัดการสินค้าที่ครอบคลุม สร้างบัญชีและสั่งซื้อได้ง่าย จัดการสินค้า รูปภาพ ราคา และส่วนลดได้สะดวก รองรับการชำระเงินและการจัดส่งหลายรูปแบบ ด้วยโครงสร้างไฟล์ที่เบาจึงโหลดเร็วแม้บนแพ็กเกจเริ่มต้น

    • ใช้ทรัพยากรน้อย เหมาะกับร้านที่เพิ่งเริ่ม
    • มีส่วนขยายสำหรับขนส่งและชำระเงินจำนวนมาก
    • ติดตั้งได้ในไม่กี่คลิกผ่าน Plesk Control Panel

    แนะนำแพ็กเกจ: Cloud Linux Super Speed

แล้วร้านของเราควรใช้แพลตฟอร์มไหน?

  • WooCommerce

    เหมาะกับ
    ร้านค้าทั่วไปถึงขนาดกลาง ที่อยากทำการตลาดและ SEO เองได้
    จุดเด่น
    ต่อยอดจาก WordPress ได้ทันที ปลั๊กอินไทยครบ ชุมชนผู้ใช้ใหญ่ที่สุด
    สิ่งที่ต้องเตรียม
    แพ็กเกจที่มี Cache หลายชั้น เพราะหน้าตะกร้าและ Checkout แคชไม่ได้
  • PrestaShop

    เหมาะกับ
    ร้านที่ต้องการรายงานการขายละเอียด และขายหลายภาษา
    จุดเด่น
    ระบบรายงานและการจัดการสินค้าครบในตัว ไม่ต้องพึ่งปลั๊กอินมาก
    สิ่งที่ต้องเตรียม
    PHP เวอร์ชันที่โมดูลรองรับ และฐานข้อมูลที่ปรับแต่งได้
  • OpenCart

    เหมาะกับ
    ร้านเริ่มต้นที่อยากได้ระบบเบา ๆ ติดตั้งเร็ว
    จุดเด่น
    โครงสร้างไฟล์เบา ใช้ทรัพยากรน้อย ดูแลง่าย
    สิ่งที่ต้องเตรียม
    แพ็กเกจเริ่มต้นก็เพียงพอ ถ้าสินค้าไม่เกินหลักร้อยรายการ
  • Magento / Adobe Commerce

    เหมาะกับ
    องค์กรที่มีสินค้าหลักหมื่นรายการ และทีมพัฒนาของตัวเอง
    จุดเด่น
    ยืดหยุ่นสูงมาก รองรับหลายร้านค้าในระบบเดียว
    สิ่งที่ต้องเตรียม
    ทรัพยากรระดับเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว แนะนำ Cloud Private Hosting ขึ้นไป
  • Shopify / Marketplace (Shopee, Lazada)

    เหมาะกับ
    ผู้ที่ยังไม่ต้องการดูแลเว็บของตัวเอง
    จุดเด่น
    เริ่มขายได้เร็ว ระบบหลังบ้านสำเร็จรูป
    สิ่งที่ต้องเตรียม
    ไม่ต้องใช้โฮสติ้ง แต่แลกกับค่าธรรมเนียม การแข่งด้านราคา และการที่ SEO ไม่สะสมอยู่ที่โดเมนของคุณ
ECOMMERCE HOSTING PACKAGE

แพ็กเกจ eCommerce Hosting ราคาเริ่มต้น 1,539 บาท/ปี

โฮสติ้งสำหรับเว็บอีคอมเมิร์ซของ THAI DATA HOSTING ทุกแพ็กเกจฟรี SSL ฟรีย้ายเว็บ และสำรองข้อมูลรายวันย้อนหลัง 30 วัน

Cloud Linux Super Speed

ร้านค้าออนไลน์ที่เพิ่งเริ่มต้น

โฮสติ้งอีคอมเมิร์ซที่เร็วที่สุดในระดับราคาเริ่มต้น เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ที่มีสินค้าไม่กี่ร้อยรายการ และต้องการเปิดขายได้ทันทีโดยไม่ต้องดูแลเซิร์ฟเวอร์เอง

  • Plesk Control Panel + WordPress Toolkit
  • LiteSpeed Web Server + All Flash NVMe SSD
  • ป้องกันการโจมตี DDoS ระดับ L7 ทุกรูปแบบ
  • ติดตั้ง WooCommerce / OpenCart ได้ใน 1 คลิก
  • ฟรี! SSL, ย้ายเว็บไซต์ และจดโดเมนเนม

เริ่มต้น ฿1,539/ ปี

ดูรายละเอียดCloud Linux Super Speed
ยอดนิยม

Cloud Linux Enterprise Business

ร้านค้าที่ขายจริงทุกวัน

แพ็กเกจที่ร้านค้า WooCommerce ส่วนใหญ่ลงตัวที่สุด ทรัพยากรมากพอสำหรับสินค้าหลักพันรายการ โปรโมชัน และผู้เข้าชมพร้อมกันจำนวนมาก ต่ออายุปีถัดไปรับส่วนลด 20% ต่อเนื่องทุกปี

  • ปรับแต่งมาเพื่อ WordPress + WooCommerce โดยเฉพาะ
  • Cache หลายชั้น NGINX Reverse Proxy + Redis + OPCache
  • ส่วนลดต่ออายุ 20% ต่อเนื่องทุกปี
  • ไม่จำกัดโดเมนเนม ไม่จำกัด Database
  • สำรองข้อมูลรายวัน ย้อนหลัง 30 วัน

Cloud Private Hosting

ร้านใหญ่ที่ต้องการทรัพยากรส่วนตัว

โฮสติ้งส่วนตัวที่ไม่แชร์ CPU และ RAM กับใคร สำหรับร้านค้าที่มีสินค้าหลักหมื่นรายการ ต้องต่อ ERP/สต๊อกหลายสาขา หรือมีแคมเปญที่ทราฟฟิกพุ่งเป็นช่วง ๆ ปรับสเปกเพิ่มได้ตลอด

  • ทรัพยากรส่วนตัว เริ่มต้น 2 vCPU / 2 GB RAM / 60 GB
  • เลือก Control Panel ได้เอง (Plesk, cPanel, CyberPanel, aaPanel)
  • Anti-DDoS 5Gbps และ Firewall ในตัว
  • ขยาย CPU, RAM และดิสก์ได้ตามการเติบโตของร้าน
  • ทีมงานดูแลระบบให้แบบ Fully Managed

เริ่มต้น ฿2,599/ ปี

ดูรายละเอียดCloud Private Hosting

ราคาข้างต้นเป็นราคาเริ่มต้น อาจเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชันและสเปกที่เลือก ขอใบเสนอราคาฟรี

TOTAL COST

เปิดร้านค้าออนไลน์ ใช้งบเท่าไหร่กันแน่

ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของร้านหนึ่งร้าน ทั้งส่วนที่จ่ายให้เรา ส่วนที่ไม่ต้องจ่าย และส่วนที่เป็นของผู้ให้บริการรายอื่น

  • eCommerce Hosting

    ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
    1,539 – 2,890 บาท/ปี
    หมายเหตุ
    ค่าใช้จ่ายหลักก้อนเดียวของร้าน รวม SSL, การสำรองข้อมูล และการย้ายเว็บไว้แล้ว
  • โดเมนเนม (.com)

    ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
    380 บาท/ปี
    หมายเหตุ
    ลูกค้าโฮสติ้งของเราได้ฟรีทั้งการจดและต่ออายุ
  • SSL (https)

    ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
    0 บาท
    หมายเหตุ
    ใช้ Let’s Encrypt ติดตั้งและต่ออายุอัตโนมัติทุกแพ็กเกจ
  • แพลตฟอร์มร้านค้า

    ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
    0 บาท
    หมายเหตุ
    WooCommerce, PrestaShop และ OpenCart เป็นโอเพนซอร์ส ติดตั้งได้ใน 1 คลิก
  • ธีมและปลั๊กอินเสริม

    ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
    มีทั้งแบบฟรีและเสียเงิน
    หมายเหตุ
    ธีมฟรีใช้เปิดร้านได้จริง ส่วนธีมพรีเมียมและปลั๊กอินขนส่งมักคิดเป็นรายปีหรือจ่ายครั้งเดียว
  • ค่าธรรมเนียมรับชำระเงิน

    ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
    คิดเป็น % ต่อรายการ
    หมายเหตุ
    เป็นอัตราของผู้ให้บริการ Payment Gateway แต่ละราย ไม่ใช่ค่าโฮสติ้ง ตรวจสอบก่อนเลือกใช้
  • อีเมลในชื่อร้าน

    ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
    เริ่มต้น 50 บาท/บัญชี/เดือน
    หมายเหตุ
    ใช้ส่งใบเสร็จและแจ้งเลขพัสดุ ช่วยให้อีเมลไม่ตกถังขยะ
  • ย้ายร้านจากโฮสเดิม

    ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
    0 บาท
    หมายเหตุ
    ทีมงานย้ายไฟล์ ฐานข้อมูล สินค้า และคำสั่งซื้อให้ทั้งหมด

รวมแล้วร้านที่เพิ่งเริ่มต้นใช้งบจริงหลัก พันบาทต่อปี ก็เปิดขายได้ เพราะโดเมน SSL การย้ายเว็บ และการสำรองข้อมูลรวมอยู่ในแพ็กเกจแล้ว

COMPARE

เปรียบเทียบแพ็กเกจ eCommerce Hosting ทั้ง 3 แบบ

ต่างกันตรงไหน และแบบไหนคุ้มที่สุดกับขนาดร้านของคุณ

Cloud Linux Super Speed ร้านเปิดใหม่
ราคาเริ่มต้น
1,539 บาท/ปี
เหมาะกับ
สินค้าไม่เกิน 300 รายการ
ทรัพยากร
แชร์บน Cloud Cluster
Control Panel
Plesk
Cache
LiteSpeed
สิทธิ์ root / ติดตั้งซอฟต์แวร์เอง
ไม่มี
ฟรี SSL / ย้ายเว็บ / Backup 30 วัน
มี
ส่วนลดต่ออายุ
ตามโปรโมชัน
Cloud Linux Enterprise Business ร้านที่ขายจริงทุกวัน
ราคาเริ่มต้น
2,890 บาท/ปี
เหมาะกับ
สินค้าหลักพันรายการ ขายทุกวัน
ทรัพยากร
แชร์บน Cloud Cluster (โควตาสูงกว่า)
Control Panel
Plesk + WordPress Toolkit
Cache
LiteSpeed + NGINX + Redis + OPCache
สิทธิ์ root / ติดตั้งซอฟต์แวร์เอง
ไม่มี
ฟรี SSL / ย้ายเว็บ / Backup 30 วัน
มี
ส่วนลดต่ออายุ
20% ต่อเนื่องทุกปี
Cloud Private Hosting ร้านขนาดใหญ่
ราคาเริ่มต้น
2,599 บาท/ปี
เหมาะกับ
สินค้าหลักหมื่นรายการ หรือมีแคมเปญใหญ่
ทรัพยากร
ส่วนตัว 2 vCPU / 2 GB RAM ขึ้นไป
Control Panel
เลือกได้ (Plesk, cPanel, CyberPanel, aaPanel)
Cache
ปรับแต่งได้เองทั้งหมด
สิทธิ์ root / ติดตั้งซอฟต์แวร์เอง
มี
ฟรี SSL / ย้ายเว็บ / Backup 30 วัน
มี
ส่วนลดต่ออายุ
ตามโปรโมชัน

เลือกสเปกตามขนาดร้านค้าของคุณ

  • ร้านเปิดใหม่

    ปริมาณสินค้า / ผู้เข้าชม
    สินค้าไม่เกิน 300 รายการ ผู้เข้าชมหลักร้อยคนต่อวัน
    แพ็กเกจที่แนะนำ
    Cloud Linux Super Speed — 1,539 บาท/ปี
  • ร้านที่ขายประจำ

    ปริมาณสินค้า / ผู้เข้าชม
    สินค้าหลักพันรายการ มีโปรโมชันและยิงแอดต่อเนื่อง
    แพ็กเกจที่แนะนำ
    Cloud Linux Enterprise Business — 2,890 บาท/ปี
  • ร้านขนาดใหญ่ / หลายสาขา

    ปริมาณสินค้า / ผู้เข้าชม
    สินค้าหลักหมื่นรายการ ต่อ ERP หรือระบบสต๊อกหลายช่องทาง
    แพ็กเกจที่แนะนำ
    Cloud Private Hosting — 2,599 บาท/ปี ขึ้นไป ปรับสเปกได้
  • แคมเปญใหญ่ตามฤดูกาล

    ปริมาณสินค้า / ผู้เข้าชม
    ทราฟฟิกพุ่งหลายเท่าเฉพาะช่วง 11.11 หรือ Flash Sale
    แพ็กเกจที่แนะนำ
    Cloud Private Hosting + Cloud Load Balance ปรึกษาทีมงานเพื่อออกแบบ
KEY FEATURES

บริการ eCommerce Hosting ดียังไง

เครื่องมือผู้ดูแลระบบที่ครอบคลุมทุกฟังก์ชัน ใช้งานสะดวก และพร้อมใช้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้าน

  • Control Panel ใช้งานง่าย

    ทุกแพ็กเกจเปิดพร้อม Plesk Control Panel และ WordPress Toolkit จัดการไฟล์ ฐานข้อมูล โดเมน และอีเมลได้เองจากหน้าเดียว

  • ประสิทธิภาพความเร็วสูง

    Network ระดับ 100Gbps เร็วทั้งในและต่างประเทศ ช่วยให้บอทของ Search Engine เก็บข้อมูลได้เร็ว และลูกค้าต่างประเทศเปิดร้านได้ไว

  • 99.99% Uptime

    ทำงานบน Cloud Cluster ไม่ใช่เครื่องเดียว หากเครื่องใดมีปัญหา อีกเครื่องรับงานต่อทันที ร้านจึงเปิดขายได้ต่อเนื่อง

  • ติดตั้งร้านค้าได้ใน 1 คลิก

    ติดตั้ง WordPress + WooCommerce, PrestaShop หรือ OpenCart ได้จาก Toolkit ในไม่กี่คลิก พร้อมเปิด-ปิดการอัปเดตอัตโนมัติ

  • Security Suite

    Web Application Firewall (WAF) ตรวจจับและกันการโจมตี DDoS รวมถึงรูปแบบอื่น ๆ ไม่ให้ร้านค้าของคุณรับส่งข้อมูลที่เป็นอันตราย

  • ฟรี SSL Certificate

    ติดตั้ง SSL (https) ฟรีด้วย Let’s Encrypt เข้ารหัสข้อมูลลูกค้าตั้งแต่หน้าสมัครสมาชิกจนถึงหน้าชำระเงิน และต่ออายุให้อัตโนมัติ

  • ไม่จำกัดโดเมน ไม่จำกัด Database

    แบ่งใช้งานได้ไม่จำกัดเว็บไซต์ ไม่จำกัดโดเมนเนม และไม่จำกัดจำนวน Database เหมาะกับการแยกร้านหลัก ร้านทดสอบ และแลนดิ้งเพจแคมเปญ

  • Daily Backup ย้อนหลัง 30 วัน

    สำรองข้อมูลให้รายวันนานถึง 30 วัน หากคำสั่งซื้อหรือฐานข้อมูลมีปัญหา ทีมงานดึงข้อมูลกลับมาได้ทันที

  • ฟรี! ย้ายร้านค้าเดิมทั้งหมด

    ทีมงานย้ายไฟล์ ฐานข้อมูล และคำสั่งซื้อเดิมให้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม พร้อมวางแผนสลับ DNS ในช่วงที่ร้านเงียบที่สุด

FAST · STABLE · SECURE

ท้าพิสูจน์ความเร็ว เว็บโฮสติ้งสำหรับเว็บ eCommerce โดยเฉพาะ

เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังหน้าสินค้าที่โหลดไว หน้าชำระเงินที่ไม่ค้าง และร้านที่เปิดขายได้ทุกวัน

Cache หลายชั้นบน Global Cloud ที่ปรับมาเพื่อร้านค้าโดยเฉพาะ

หน้าสินค้าถูกเสิร์ฟจาก LiteSpeed และ NGINX Reverse Proxy ส่วนหน้าตะกร้าและ Checkout ที่แคชไม่ได้จะเร็วขึ้นด้วย Redis และ OPCache ทั้งหมดวางอยู่บน All Flash NVMe SSD และ Global Cloud ที่มี Data Center ทั้งในไทยและต่างประเทศ ลูกค้าคนไทยจึงเปิดร้านได้ไว และลูกค้าต่างประเทศก็ไม่ช้าตาม

  • LiteSpeed + NGINX Cache
  • Redis & OPCache
  • All Flash NVMe SSD
  • HTTP/3 + PHP 8.2
ดูแพ็กเกจ Cloud Hosting ทั้งหมด
โครงสร้าง Global Cloud ของ THAI DATA HOSTING สำหรับ eCommerce Hosting

จัดการร้านค้าเองได้ทั้งหมดจาก Plesk และ WordPress Toolkit

ติดตั้งร้านค้าใหม่ โคลนไปเป็นเว็บทดสอบ ตั้งค่าอัปเดตปลั๊กอินอัตโนมัติ สแกนมัลแวร์ ออก SSL และกู้คืนไฟล์ย้อนหลัง ทำได้เองจากหน้าเดียวโดยไม่ต้องเรียกช่าง และถ้าไม่อยากทำเอง ทีมงานคนไทยทำให้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

  • Plesk Control Panel
  • WordPress Toolkit
  • Staging / Clone ร้านค้า
  • สแกนและแก้ไขมัลแวร์
ดู Cloud Hosting สำหรับ WordPress
หน้าจอ Plesk Control Panel และ WordPress Toolkit สำหรับจัดการร้านค้าออนไลน์

ไม่ล่มในวันที่ขายดี และกู้คืนได้เสมอถ้ามีอะไรผิดพลาด

ระบบทำงานเป็น Cluster บนฟาร์มเซิร์ฟเวอร์กว่า 1,000 เครื่อง การันตี Uptime 99.99% พร้อม Anti-DDoS 5Gbps ให้ฟรีทุกเครื่อง และสำรองข้อมูลรายวันย้อนหลัง 30 วัน เมื่อร้านโตจนเกินแพ็กเกจแชร์ ก็ย้ายขึ้น Cloud Private Hosting ได้โดยไม่ต้องเริ่มใหม่

  • Uptime 99.99%
  • Anti-DDoS 5Gbps ฟรี
  • Daily Backup 30 วัน
  • อัปเกรดได้ตลอด
ดู Cloud Private Hosting
การันตี Uptime 99.99% สำหรับเว็บอีคอมเมิร์ซของ THAI DATA HOSTING
WHY TRUST US

ตัวเลขและมาตรฐานที่อยู่เบื้องหลังร้านค้าของคุณ

ผู้ให้บริการคลาวด์ของคนไทยที่วัดผลได้ ตรวจสอบได้ และมีคนรับผิดชอบจริง

องค์กรที่ไว้วางใจ
60,000+
ทั้งหน่วยงานภาครัฐ บริษัทมหาชน และธุรกิจ SME ทั่วประเทศ
ประสบการณ์ให้บริการ
10 ปี+
ดูแลเว็บโฮสติ้ง อีเมลองค์กร และคลาวด์ให้ธุรกิจไทยมาตั้งแต่ปี 2558
การันตี Uptime
99.99%
บน Data Center มาตรฐาน Tier 3+ ทั้งในไทยและต่างประเทศ
ทีมซัพพอร์ตคนไทย
24x7x365
ดูแลทุกวันไม่เว้นวันหยุด ผ่านระบบ Ticket โทรศัพท์ และ LINE

สิ่งที่ลูกค้าได้ทุกแพ็กเกจ

  • ฟรี! ย้ายเว็บไซต์และย้ายอีเมลจากผู้ให้บริการเดิมให้ทั้งหมด ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • ฟรี SSL, Firewall และ Anti-DDoS ระดับ 5Gbps ทุกแพ็กเกจ ไม่คิดเพิ่ม
  • โครงข่ายระดับ 1000Gbps เข้าถึงได้เร็วทั้งจากในไทยและต่างประเทศ
  • ไม่เคยทำให้ข้อมูลของลูกค้าเสียหายจากเซิร์ฟเวอร์ล่มหรือ Ransomware
ปรึกษาทีมงานคนไทยฟรี ก่อนตัดสินใจ
WHO IT IS FOR

ธุรกิจแบบไหนเหมาะกับ eCommerce Hosting

ร้านแต่ละประเภทเจอข้อจำกัดคนละแบบ นี่คือสิ่งที่เราเห็นบ่อยที่สุดจากร้านค้าที่ดูแลอยู่

  • แฟชั่นและเครื่องแต่งกาย

    สินค้าหนึ่งตัวมีหลายสีหลายไซซ์ จำนวน SKU จึงโตเร็วกว่าที่คิด ต้องการโฮสติ้งที่หน้ารายการสินค้าและตัวกรองยังเร็วแม้มีสินค้าหลักพัน

  • ความงามและอาหารเสริม

    ขายด้วยแคมเปญและไลฟ์สดเป็นหลัก ทราฟฟิกมาเป็นช่วงและสูงมากในเวลาสั้น ๆ ต้องขยายทรัพยากรได้ทันทีและมีระบบกันบอทกวนหน้าเช็กเอาต์

  • อาหารและเครื่องดื่ม

    ออเดอร์กระจุกตัวตามรอบส่งของ ต้องการหน้าชำระเงินที่ไม่ค้าง อีเมลยืนยันที่ถึงกล่องจดหมายจริง และการเชื่อมต่อระบบขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ

  • อะไหล่และสินค้าอุตสาหกรรม (B2B)

    แคตตาล็อกใหญ่ ราคาต่างกันตามกลุ่มลูกค้า และมักต้องซิงก์สต๊อกกับ ERP จึงเหมาะกับทรัพยากรส่วนตัวที่ปรับสเปกได้

  • สินค้าเกษตร ชุมชน และ OTOP

    เริ่มจากงบจำกัดแต่ต้องการเว็บของตัวเองเพื่อสะสมลูกค้าและทำ SEO แทนการพึ่งมาร์เก็ตเพลสอย่างเดียว แพ็กเกจเริ่มต้นก็เพียงพอ

  • คอร์สเรียนและบริการแบบจองล่วงหน้า

    ขายสิ่งที่ไม่มีการจัดส่ง แต่ต้องการระบบสมาชิก การจองเวลา และการชำระเงินออนไลน์ที่ทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง

GO LIVE

เปิดร้านค้าออนไลน์กับเราใน 4 ขั้นตอน

ย้ายร้านเดิมมาที่เราฟรีทั้งหมด ร้านเดิมยังเปิดขายได้ตามปกติตลอดการย้าย และไม่กระทบอันดับ SEO

  1. เลือกแพ็กเกจและโดเมน

    บอกจำนวนสินค้าและผู้เข้าชมที่คาดไว้ ทีมงานช่วยเลือกแพ็กเกจให้พอดี พร้อมจดโดเมนเนมและต่ออายุให้ฟรีในปีแรก

  2. ติดตั้งร้านค้าใน 1 คลิก

    ติดตั้ง WooCommerce, PrestaShop หรือ OpenCart จาก Toolkit พร้อมออก SSL ให้อัตโนมัติ เปิดหน้าร้านทดสอบได้ภายในวันเดียว

  3. ย้ายร้านเดิมและข้อมูลคำสั่งซื้อ

    ถ้ามีร้านเดิมอยู่แล้ว ทีมงานย้ายไฟล์ ฐานข้อมูล สินค้า และคำสั่งซื้อให้ฟรีทั้งหมด โดยร้านเดิมยังเปิดขายได้ตามปกติตลอดการย้าย

  4. ต่อระบบชำระเงินแล้วเปิดขายจริง

    เชื่อม Payment Gateway และระบบขนส่ง ทดสอบสั่งซื้อจริงตั้งแต่หยิบใส่ตะกร้าจนจ่ายเงินสำเร็จ แล้วจึงสลับ DNS ในช่วงที่ร้านเงียบที่สุด

ก่อนเปิดร้านให้ลูกค้าเข้า

  • ทดสอบสั่งซื้อจริงตั้งแต่หยิบใส่ตะกร้าจนจ่ายเงินสำเร็จ อย่างน้อยหนึ่งรอบต่อช่องทางชำระเงิน
  • ตรวจว่าเว็บเปิดด้วย https:// ทุกหน้า และไม่มีรูปหรือสคริปต์ที่ยังเรียกผ่าน http
  • ใส่ชื่อผู้ขาย ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ เลขทะเบียนพาณิชย์ นโยบายความเป็นส่วนตัว และเงื่อนไขการคืนสินค้า
  • ตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC ให้อีเมลยืนยันออเดอร์ไม่ตกถังขยะ
  • ตั้งค่าค่าส่งและพื้นที่จัดส่งให้ครบ รวมถึงกรณีสินค้าหลายชิ้นในออเดอร์เดียว

หลังเปิดร้านแล้วทำต่อเนื่อง

  • เชื่อม Google Search Console และส่ง Sitemap ของสินค้าและหมวดหมู่
  • ดูรายงาน Core Web Vitals ทุกเดือน โดยเน้นหน้าสินค้าและหน้าชำระเงิน
  • อัปเดตปลั๊กอินและธีมโดยทดสอบบนเว็บ Staging ก่อนขึ้นจริงเสมอ
  • ตรวจออเดอร์ที่ค้างสถานะและยอดที่ไม่ตรงกับ Payment Gateway ทุกสัปดาห์
  • ทดลองกู้คืนข้อมูลจากไฟล์สำรองอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าใช้ได้จริง
ECOMMERCE GUIDE

ความรู้เรื่องอีคอมเมิร์ซที่เจ้าของร้านออนไลน์ควรรู้

ตั้งแต่ความเร็วหน้าเว็บกับยอดขาย การทำ SEO ให้ร้านค้า ระบบชำระเงินในไทย ความปลอดภัย กฎหมาย ไปจนถึงการเตรียมรับแคมเปญใหญ่

เปิดร้านออนไลน์ให้ขายได้จริง ไม่ได้จบที่การมีเว็บ แต่อยู่ที่ความเร็ว ความปลอดภัย ระบบชำระเงิน และการทำให้ลูกค้าค้นเจอ เรารวบรวมสิ่งที่เจ้าของร้านควรรู้ก่อนเลือกโฮสติ้งไว้ที่นี่ อ่านจบแล้วคุณจะรู้ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง และควรใช้สเปกระดับไหน

PERFORMANCE

ความเร็วหน้าเว็บกับยอดขาย และ Core Web Vitals ที่ควรผ่าน

Core Web Vitals คือชุดตัวชี้วัดประสบการณ์การใช้งานจริงที่ Google ใช้เป็นหนึ่งในสัญญาณจัดอันดับ ค่าที่ถือว่าดีมีสามตัว คือ LCP (เวลาที่เนื้อหาหลักแสดงครบ) ไม่เกิน 2.5 วินาที, INP (การตอบสนองต่อการคลิกหรือแตะ) ไม่เกิน 200 มิลลิวินาที และ CLS (การกระตุกของเลย์เอาต์) ไม่เกิน 0.1

สำหรับร้านค้าออนไลน์ ตัวเลขสามตัวนี้ไม่ได้มีผลแค่กับอันดับ แต่สะท้อนตรง ๆ ว่าลูกค้าจะรอหน้าสินค้าโหลดจนเห็นปุ่มสั่งซื้อหรือไม่ หน้าที่ต้องผ่านให้ได้ก่อนคือหน้ารายการสินค้า หน้าสินค้า และหน้าชำระเงิน ตรวจได้ฟรีด้วย PageSpeed Insights หรือรายงาน Core Web Vitals ใน Google Search Console

  • ลด TTFB ด้วยโฮสติ้งที่มี Cache หลายชั้นและดิสก์ NVMe
  • บีบอัดรูปสินค้าเป็น WebP และกำหนดขนาดภาพเสมอ เพื่อไม่ให้เลย์เอาต์กระตุก
  • ตัดปลั๊กอินที่ไม่ได้ใช้ออก ทุกตัวคือสคริปต์ที่เบราว์เซอร์ต้องรัน
  • อย่าแคชหน้าตะกร้าและ Checkout แต่ให้เร่งด้วย Redis และ OPCache แทน
SEO

ทำ SEO ให้เว็บอีคอมเมิร์ซติดอันดับ โดยไม่โดนปัญหาเนื้อหาซ้ำ

ปัญหา SEO ของร้านค้าออนไลน์แทบทั้งหมดมาจากโครงสร้างเว็บ ไม่ใช่จำนวนบทความ เว็บที่มีสินค้าหลักพันรายการมักสร้าง URL ซ้ำจากตัวกรอง (สี ไซซ์ ราคา) จนหน้าเดียวกันถูกเก็บเป็นสิบ URL

ทางแก้คือคุมโครงสร้างตั้งแต่ต้น กำหนด canonical ให้หน้าที่มีตัวกรองชี้กลับไปที่หน้าหลัก เขียนคำอธิบายสินค้าด้วยภาษาของร้านเองแทนการคัดลอกจากผู้ผลิต และใส่ Structured Data ประเภท Product ให้ครบทั้งราคา สถานะสินค้า และรีวิว เพื่อให้ผลการค้นหาแสดงข้อมูลเพิ่มเติมได้

  • ใช้ URL ที่อ่านออกและคงที่ อย่าเปลี่ยนโครงสร้างโดยไม่ทำ 301
  • ใส่ Product Schema (ราคา, availability, รีวิว) ในทุกหน้าสินค้า
  • สินค้าที่เลิกขายถาวรให้ตอบ 410 หรือ 301 ไปหน้าที่ใกล้เคียง อย่าปล่อยเป็นหน้าว่าง
  • ทำ Sitemap แยกสำหรับสินค้าและหมวดหมู่ แล้วส่งใน Google Search Console
PAYMENT

ระบบชำระเงินออนไลน์ในไทย และสิ่งที่โฮสติ้งต้องรองรับ

ร้านค้าไทยส่วนใหญ่รับเงินผ่านสามช่องทางหลัก คือ PromptPay QR, บัตรเครดิต/เดบิตที่ผ่านการยืนยัน 3-D Secure และการโอนผ่าน Mobile Banking โดยเชื่อมกับผู้ให้บริการ Payment Gateway ในไทย เช่น Omise, 2C2P, GB Prime Pay หรือ Ksher ซึ่งแต่ละรายคิดค่าธรรมเนียมต่อรายการต่างกัน

ฝั่งโฮสติ้งต้องรองรับสามอย่างเป็นอย่างน้อย คือ TLS ที่เป็นปัจจุบัน การเรียก API ออกไปภายนอกผ่าน cURL/OpenSSL และการรับ Webhook กลับมายืนยันการชำระเงิน ถ้าเว็บล่มหรือช้าในจังหวะที่ Gateway ยิง Webhook กลับมา สถานะคำสั่งซื้ออาจค้างจนต้องมาไล่กระทบยอดเอง

  • อย่าเก็บเลขบัตรเครดิตไว้บนโฮสติ้งเอง ให้ Gateway เป็นผู้ถือข้อมูล
  • ใช้หน้าชำระเงินแบบ redirect หรือ iframe ของ Gateway เพื่อลดขอบเขต PCI DSS
  • ตั้ง Cron ให้ตรวจสอบคำสั่งซื้อที่ค้างสถานะทุกวัน
  • ทดสอบการสั่งซื้อจริงทุกครั้งหลังอัปเดตปลั๊กอินหรือธีม
SECURITY

ความปลอดภัยของร้านค้าออนไลน์ ที่ต้องทำมากกว่าติด SSL

ร้านค้าออนไลน์ถูกสแกนหาช่องโหว่ตลอดเวลา เพราะเป็นระบบที่มีทั้งเงินและข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในที่เดียวกัน ช่องทางที่ถูกเจาะบ่อยที่สุดไม่ใช่ตัวเซิร์ฟเวอร์ แต่เป็นปลั๊กอินหรือธีมที่ไม่ได้อัปเดต และรหัสผ่านผู้ดูแลระบบที่ใช้ซ้ำ

สิ่งที่เราดูแลให้ในระดับโครงสร้างคือ WAF, การป้องกัน DDoS ระดับ L7, การกรอง Brute-Force, ระบบตรวจและแก้ไขมัลแวร์ และการสำรองข้อมูลรายวันย้อนหลัง 30 วัน ส่วนที่เจ้าของร้านต้องดูแลเองคือวินัยของบัญชีผู้ใช้และการอัปเดตซอฟต์แวร์ ซึ่งทำได้เองทั้งหมดจาก Plesk Control Panel

  • เปิดการยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA) ให้ทุกบัญชีผู้ดูแลร้าน
  • อัปเดตปลั๊กอินและธีมสม่ำเสมอ ทดสอบบนเว็บ Staging ก่อนขึ้นจริง
  • จำกัดสิทธิ์พนักงานเท่าที่จำเป็น อย่าใช้บัญชีผู้ดูแลร่วมกัน
  • ทดลองกู้คืนข้อมูลจากไฟล์สำรองอย่างน้อยปีละครั้ง
COMPLIANCE

กฎหมายที่ร้านค้าออนไลน์ไทยต้องรู้ ทะเบียนพาณิชย์และ PDPA

ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าผ่านเว็บไซต์ของตัวเอง มีหน้าที่จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ภายใน 30 วันนับจากวันที่เริ่มประกอบกิจการ และแสดงเลขทะเบียนไว้บนหน้าเว็บ

อีกฉบับที่เกี่ยวโดยตรงคือ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เพราะร้านค้าเก็บทั้งชื่อ ที่อยู่จัดส่ง เบอร์โทร และประวัติการสั่งซื้อ ร้านจึงต้องมีนโยบายความเป็นส่วนตัวที่อ่านเข้าใจได้ ขอความยินยอมก่อนเก็บคุกกี้เพื่อการตลาด และเลือกผู้ให้บริการที่ดูแลข้อมูลตามมาตรฐาน

  • แสดงชื่อผู้ขาย ที่อยู่ ช่องทางติดต่อ และเลขทะเบียนพาณิชย์บนเว็บ
  • มีหน้านโยบายความเป็นส่วนตัว นโยบายคุกกี้ และเงื่อนไขการคืนสินค้า
  • เก็บข้อมูลลูกค้าเท่าที่จำเป็น และกำหนดว่าใครในร้านเข้าถึงได้บ้าง
  • ข้อมูลของคุณอยู่บน Data Center ระดับ Tier 3+ ที่ผ่านการรับรอง ISO 27001
PEAK SEASON

เตรียมร้านให้รอดวัน 11.11 และช่วง Flash Sale

ทราฟฟิกในวันแคมเปญมักสูงกว่าวันปกติหลายเท่า และมากระจุกในไม่กี่ชั่วโมง สิ่งที่พังก่อนเสมอไม่ใช่หน้าแรก แต่เป็นหน้าตะกร้าและหน้าชำระเงิน เพราะเป็นสองหน้าที่แคชไม่ได้และต้องเขียนฐานข้อมูลทุกครั้ง

ทางที่ปลอดภัยคือเตรียมล่วงหน้าอย่างน้อยสองสัปดาห์ ทดสอบโหลดด้วยจำนวนผู้ใช้ที่คาดไว้ อัปเกรดทรัพยากรชั่วคราวก่อนวันงาน และเตรียมแผนถอยกลับหากมีอะไรผิดพลาด ทีมงานของเราช่วยประเมินและปรับสเปกให้ก่อนแคมเปญได้ และปรับกลับลงมาหลังแคมเปญจบ

  • อัปเกรดแพ็กเกจล่วงหน้า แล้วค่อยปรับลงหลังแคมเปญจบ
  • ปิดปลั๊กอินที่ทำงานหนักและไม่จำเป็นในช่วงแคมเปญ
  • ตรวจสอบว่า Payment Gateway และระบบขนส่งรองรับปริมาณที่เพิ่มขึ้น
  • เฝ้าดูการใช้ทรัพยากรแบบเรียลไทม์ และมีช่องทางติดต่อทีมงาน 24 ชั่วโมง

ศัพท์อีคอมเมิร์ซที่เจ้าของร้านออนไลน์ควรรู้

Shopping Cart / ตะกร้าสินค้า
ส่วนที่เก็บสินค้าที่ลูกค้าเลือกไว้ก่อนชำระเงิน เป็นหน้าที่แคชไม่ได้ จึงเป็นตัววัดว่าโฮสติ้งเร็วจริงหรือไม่
Payment Gateway
ตัวกลางรับชำระเงินที่เชื่อมร้านค้ากับธนาคาร เช่น Omise, 2C2P, GB Prime Pay ทำหน้าที่ถือข้อมูลบัตรแทนร้าน
PCI DSS
มาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลบัตรชำระเงิน ถ้าใช้หน้าชำระเงินของ Gateway ขอบเขตที่ร้านต้องรับผิดชอบจะแคบลงมาก
3-D Secure
ขั้นตอนยืนยันตัวตนผู้ถือบัตรก่อนตัดเงิน (เช่น OTP) ช่วยลดการปฏิเสธรายการและการฉ้อโกง
Conversion Rate
สัดส่วนผู้เข้าชมที่กลายเป็นคำสั่งซื้อ ตัวเลขที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากความเร็วเว็บและความน่าเชื่อถือของหน้าร้าน
Cart Abandonment
การที่ลูกค้าใส่สินค้าลงตะกร้าแล้วไม่จ่ายเงิน สาเหตุยอดฮิตคือหน้าชำระเงินช้า ค่าส่งไม่ชัด และขั้นตอนเยอะเกินไป
SKU
รหัสสินค้าแต่ละแบบ (สี/ไซซ์/รุ่น) จำนวน SKU คือสิ่งที่กำหนดว่าฐานข้อมูลของร้านจะหนักแค่ไหน
Core Web Vitals
ตัวชี้วัดประสบการณ์ใช้งานของ Google ได้แก่ LCP, INP และ CLS ใช้เป็นหนึ่งในสัญญาณจัดอันดับ
WAF (Web Application Firewall)
ไฟร์วอลล์ระดับแอปพลิเคชันที่กรองการโจมตีเว็บ เช่น SQL Injection และ XSS ก่อนถึงร้านค้าของคุณ
Staging
เว็บสำเนาไว้ทดสอบการอัปเดตปลั๊กอินหรือธีมก่อนขึ้นจริง สร้างได้ในคลิกเดียวจาก WordPress Toolkit
WHY THAI DATA HOSTING

ทำไมร้านค้าออนไลน์กว่าพันร้านเลือกอยู่กับเรา

ผู้ให้บริการคลาวด์ของคนไทย ที่ดูแลตั้งแต่ร้านเปิดใหม่จนถึงองค์กรระดับ Corporate

  • Hybrid Cloud เจ้าแรกในไทย

    ให้บริการบน Global Cloud + Local Cloud พร้อม Data Center ทั้งในและต่างประเทศกว่า 3,600 Host Nodes ลูกค้าไทยเปิดร้านได้ไว ลูกค้าต่างประเทศก็ไม่ช้าตาม

  • มาตรฐานครบ ตรวจสอบได้

    Data Center ระดับ Tier 3+ พร้อมการรับรอง ISO 27001:2013, ISO 22301:2012, ISO 20000-1 และ CSA-STAR ซึ่งเป็นสิ่งที่คู่ค้าองค์กรมักขอดูก่อนเริ่มงาน

  • ย้ายร้านค้าให้ฟรีทั้งหมด

    ทีมงานย้ายไฟล์ ฐานข้อมูล สินค้า และคำสั่งซื้อให้ฟรี วางแผนสลับ DNS ในช่วงที่ร้านเงียบที่สุด เพื่อไม่ให้เสียยอดขายและไม่ให้อันดับ SEO ตก

  • ทีมงานคนไทย 24x7x365

    ติดต่อได้ทั้ง Ticket โทรศัพท์ และ LINE Official Account ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน โดยทีมที่ดูแลระบบร้านค้าออนไลน์มาแล้วนับพันเว็บ

  • โตขึ้นแล้วขยายต่อได้ทันที

    เริ่มจากแพ็กเกจแชร์ แล้วย้ายขึ้น Cloud Private Hosting หรือ Cloud Server ได้โดยไม่ต้องสร้างร้านใหม่ พร้อม Cloud Load Balance เมื่อทราฟฟิกสูงขึ้น

  • คุ้มค่าตั้งแต่ปีแรกถึงปีที่สิบ

    ราคาเริ่มต้น 1,539 บาท/ปี รวม SSL, การย้ายเว็บ, การจดโดเมน และการสำรองข้อมูลไว้แล้ว ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝงที่ต้องมาบวกทีหลัง

อยากรู้ว่าร้านของคุณควรใช้แพ็กเกจไหน?

ให้ทีมงานช่วยประเมินจากจำนวนสินค้า ทราฟฟิก และแพลตฟอร์มที่ใช้อยู่ ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด พร้อมย้ายร้านเดิมให้ทั้งหมดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

FAQ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ eCommerce Hosting

รวมคำตอบเรื่องราคา แพลตฟอร์มที่รองรับ การเชื่อมต่อ Payment Gateway การย้ายร้าน และกฎหมายที่ร้านค้าออนไลน์ต้องรู้

eCommerce Hosting คืออะไร ต่างจากเว็บโฮสติ้งทั่วไปอย่างไร?

eCommerce Hosting คือเว็บโฮสติ้งที่ปรับแต่งมาเพื่อเว็บไซต์ซื้อขายสินค้าโดยเฉพาะ รองรับระบบตะกร้าสินค้า (Shopping Cart) และการเชื่อมต่อระบบชำระเงินออนไลน์ (Online Payment) จุดต่างสำคัญจากโฮสติ้งทั่วไปคือ หน้าตะกร้าและหน้าชำระเงินแคชไม่ได้และต้องเขียนฐานข้อมูลตลอดเวลา จึงต้องมี Cache หลายชั้น อย่าง Redis และ OPCache มาช่วย รวมถึงต้องมีระบบความปลอดภัยระดับ WAF และ Anti-DDoS เพราะร้านค้าเก็บทั้งเงินและข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า

ราคา eCommerce Hosting เท่าไหร่ มีแพ็กเกจอะไรบ้าง?

มี 3 แพ็กเกจหลัก คือ Cloud Linux Super Speed เริ่มต้น 1,539 บาท/ปี สำหรับร้านเปิดใหม่, Cloud Linux Enterprise Business เริ่มต้น 2,890 บาท/ปี ซึ่งปรับแต่งมาเพื่อ WordPress และ WooCommerce โดยเฉพาะ พร้อมส่วนลดต่ออายุ 20% ต่อเนื่องทุกปี และ Cloud Private Hosting เริ่มต้น 2,599 บาท/ปี สำหรับร้านที่ต้องการทรัพยากรส่วนตัว ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชันและสเปกที่เลือก ขอใบเสนอราคาได้ฟรี

รองรับแพลตฟอร์มร้านค้าอะไรบ้าง?

รองรับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซโอเพนซอร์สยอดนิยมทั้งหมด ได้แก่ WooCommerce บน WordPress, PrestaShop และ OpenCart ซึ่งติดตั้งได้ใน 1 คลิกผ่าน Plesk Control Panel ส่วน Magento หรือระบบที่พัฒนาขึ้นเอง แนะนำให้ใช้ Cloud Private Hosting ขึ้นไป เพราะต้องการทรัพยากรและสิทธิ์ในการติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติม

มี Control Panel ให้ด้วยหรือไม่?

ทุกแพ็กเกจมาพร้อม Plesk Control Panel ซึ่งมี WordPress Toolkit สำหรับติดตั้งและดูแลร้านค้า จัดการไฟล์ ฐานข้อมูล โดเมน และระบบอีเมลได้เองอย่างง่ายดาย สำหรับ Cloud Private Hosting เลือก Control Panel ได้เองระหว่าง Plesk, cPanel, CyberPanel และ aaPanel

รองรับ PHP และฐานข้อมูลเวอร์ชันใดบ้าง?

เลือกใช้งาน PHP ได้เองตั้งแต่เวอร์ชัน 5.6 ถึง 8.3 ผ่าน Control Panel จึงรองรับทั้งร้านค้าเดิมที่ยังใช้ปลั๊กอินรุ่นเก่า และร้านใหม่ที่ต้องการความเร็วของ PHP 8 ส่วนฐานข้อมูลติดตั้งมาพร้อม MariaDB 10.5.19 ซึ่งใช้งานร่วมกับ WooCommerce, PrestaShop และ OpenCart ได้ทั้งหมด

เชื่อมต่อ Payment Gateway ของไทยได้ไหม?

ได้ทั้งหมด ร้านค้าบนโฮสติ้งของเราเชื่อมกับผู้ให้บริการรับชำระเงินในไทยได้ เช่น Omise, 2C2P, GB Prime Pay และ Ksher รวมถึงรับชำระผ่าน PromptPay QR และบัตรเครดิต/เดบิตที่ผ่าน 3-D Secure ระบบเปิดการเรียก API ออกภายนอกผ่าน cURL/OpenSSL รองรับ Webhook ที่ Gateway ยิงกลับมา และมี SSL ฟรีที่ต่ออายุอัตโนมัติ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ทุก Gateway บังคับ

ร้านค้าต้องทำ PCI DSS เองไหม?

ถ้าคุณรับชำระเงินผ่านหน้าเว็บของ Payment Gateway (แบบ redirect หรือ iframe) ข้อมูลบัตรจะไม่เคยผ่านโฮสติ้งของคุณ ขอบเขตความรับผิดชอบด้าน PCI DSS จึงแคบลงมาก และเป็นวิธีที่เราแนะนำกับร้านค้าทุกขนาด สิ่งที่ห้ามทำคือเก็บเลขบัตรเครดิตของลูกค้าไว้ในฐานข้อมูลร้านเอง เพราะนั่นจะทำให้ร้านต้องรับภาระการตรวจประเมินเต็มรูปแบบ

ร้านของฉันควรใช้แพ็กเกจไหน?

ดูจากจำนวนสินค้าและผู้เข้าชมเป็นหลัก ถ้าสินค้าไม่เกิน 300 รายการและผู้เข้าชมหลักร้อยคนต่อวัน Cloud Linux Super Speed เพียงพอ ถ้าขายทุกวัน มีสินค้าหลักพันรายการ และยิงแอดต่อเนื่อง ให้เริ่มที่ Cloud Linux Enterprise Business ส่วนร้านที่มีสินค้าหลักหมื่นรายการ ต่อ ERP หรือมีแคมเปญใหญ่ตามฤดูกาล ควรใช้ Cloud Private Hosting ที่ปรับสเปกได้ ทีมงานช่วยประเมินให้ฟรีก่อนตัดสินใจ

ย้ายร้านค้าเดิมมาที่นี่ เสียค่าใช้จ่ายไหม และเว็บจะล่มหรือเปล่า?

ย้ายให้ฟรีทั้งหมด ทั้งไฟล์ ฐานข้อมูล สินค้า และคำสั่งซื้อเดิม โดยเราจะสร้างร้านขึ้นบนระบบใหม่และทดสอบให้เรียบร้อยก่อน ร้านเดิมยังเปิดขายได้ตามปกติตลอดการย้าย แล้วจึงสลับ DNS ในช่วงที่ร้านเงียบที่สุด ถ้าโครงสร้าง URL เดิมยังเหมือนเดิม อันดับ SEO จะไม่ได้รับผลกระทบ และหากจำเป็นต้องเปลี่ยน URL เราจะทำ 301 Redirect ให้ครบทุกหน้า

มี SSL ให้ฟรีไหม จำเป็นแค่ไหนสำหรับร้านค้าออนไลน์?

ทุกแพ็กเกจติดตั้ง SSL (https) ฟรีด้วย Let’s Encrypt และต่ออายุให้อัตโนมัติ สำหรับร้านค้าออนไลน์ SSL ไม่ใช่ทางเลือก เพราะเบราว์เซอร์จะเตือนว่าเว็บไม่ปลอดภัยตั้งแต่หน้ากรอกข้อมูล ผู้ให้บริการรับชำระเงินก็บังคับให้ใช้ และ Google นับ HTTPS เป็นปัจจัยหนึ่งในการจัดอันดับ

ช่วงแคมเปญอย่าง 11.11 คนเข้าเยอะมาก เว็บจะรับไหวไหม?

ระบบทำงานเป็น Cloud Cluster บนฟาร์มเซิร์ฟเวอร์กว่า 1,000 เครื่อง จึงขยายทรัพยากรได้ทันทีโดยไม่ต้องย้ายร้าน เราแนะนำให้แจ้งทีมงานล่วงหน้าอย่างน้อยสองสัปดาห์ก่อนแคมเปญ เพื่ออัปเกรดสเปกชั่วคราว ตรวจสอบการตั้งค่า Cache และเตรียม Cloud Load Balance ในกรณีที่คาดว่าทราฟฟิกจะสูงมาก หลังแคมเปญจบจะปรับกลับลงมาได้

ขายของออนไลน์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และทำ PDPA ไหม?

ผู้ที่ขายสินค้าผ่านเว็บไซต์ของตัวเองมีหน้าที่จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มประกอบกิจการ และร้านค้าที่เก็บชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร และประวัติการสั่งซื้อของลูกค้า ก็อยู่ในขอบเขตของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) จึงควรมีนโยบายความเป็นส่วนตัวและขอความยินยอมเรื่องคุกกี้ให้ถูกต้อง ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูลของคุณอยู่บน Data Center ระดับ Tier 3+ ที่ผ่านการรับรอง ISO 27001

ขายบน Shopee, Lazada หรือ Shopify อยู่แล้ว ยังต้องมีเว็บของตัวเองไหม?

มาร์เก็ตเพลสช่วยให้เริ่มขายได้เร็ว แต่คุณไม่ได้เป็นเจ้าของช่องทาง ทั้งค่าธรรมเนียมต่อคำสั่งซื้อ การแข่งด้านราคา และการที่อันดับ SEO ไปสะสมอยู่ที่โดเมนของแพลตฟอร์มแทนของคุณ ร้านค้าที่ตั้งใจโตระยะยาวจึงมักทำทั้งสองทางคู่กัน คือใช้มาร์เก็ตเพลสหาลูกค้าใหม่ และมีเว็บของตัวเองไว้สะสมฐานลูกค้า ทำ SEO และคุมกำไรต่อออร์เดอร์

ใช้โดเมน .co.th หรือ .shop กับร้านค้าได้ไหม?

ได้ทุกนามสกุล โฮสติ้งไม่ได้จำกัดว่าโดเมนต้องเป็น .com สำหรับ .co.th และ .in.th ต้องใช้เอกสารนิติบุคคลหรือเครื่องหมายการค้าประกอบการจด ซึ่งทีมงานช่วยดำเนินการให้ได้ ทุกแพ็กเกจยังชี้โดเมนได้ไม่จำกัดจำนวน จึงใช้หลายโดเมนกับร้านเดียวหรือแยกร้านย่อยได้

ทำร้านสองภาษาและหลายสกุลเงินได้ไหม?

ได้ทั้งสามแพลตฟอร์มที่เรารองรับ WooCommerce ใช้ปลั๊กอินหลายภาษา ส่วน PrestaShop รองรับหลายภาษาและหลายสกุลเงินมาในตัว ข้อควรรู้คือเว็บหลายภาษาจะมีจำนวนหน้าเพิ่มเป็นเท่าตัว จึงควรตั้ง hreflang ให้ถูกต้องและเผื่อทรัพยากรของแพ็กเกจไว้ด้วย

เชื่อมเว็บกับ Shopee, Lazada หรือ LINE Shopping ได้ไหม?

ได้ โดยใช้ปลั๊กอินหรือบริการซิงก์สต๊อกที่เชื่อมผ่าน API ของแต่ละช่องทาง ระบบของเราเปิดให้เรียก API ออกภายนอกและตั้ง Cron ได้ ซึ่งเป็นสองอย่างที่งานซิงก์สต๊อกต้องใช้ ทั้งนี้การซิงก์บ่อยและสินค้าจำนวนมากจะใช้ทรัพยากรสูง ร้านที่ขายหลายช่องทางจริงจังจึงแนะนำ Cloud Private Hosting

ตั้ง Cron Job สำหรับงานอัตโนมัติได้ไหม?

ได้ ตั้งได้เองจาก Plesk Control Panel ร้านค้าส่วนใหญ่ใช้ Cron สำหรับสามงานหลัก คือ ตรวจออเดอร์ที่ค้างสถานะการชำระเงิน ซิงก์สต๊อกกับช่องทางอื่น และส่งอีเมลติดตามตะกร้าที่ลูกค้าทิ้งไว้ การใช้ Cron จริงยังแม่นยำกว่าการพึ่ง WP-Cron ที่ทำงานเฉพาะตอนมีคนเข้าเว็บ

จำเป็นต้องซื้อ SSL แบบเสียเงินไหม ในเมื่อมีของฟรีให้แล้ว?

สำหรับร้านค้าทั่วไปไม่จำเป็น SSL ของ Let’s Encrypt ที่ให้ฟรีเข้ารหัสข้อมูลได้เท่ากับใบรับรองแบบเสียเงินทุกประการ เบราว์เซอร์แสดงกุญแจเหมือนกัน ใบรับรองแบบเสียเงินต่างกันตรงการรับประกันความเสียหายและการตรวจสอบตัวตนองค์กร ซึ่งมักจำเป็นกับสถาบันการเงินหรือองค์กรที่มีข้อกำหนดเฉพาะ

สำรองข้อมูลบ่อยแค่ไหน และกู้คืนเองได้ไหม?

สำรองข้อมูลให้อัตโนมัติทุกวัน เก็บย้อนหลังนานถึง 30 วัน คุณกู้คืนไฟล์และฐานข้อมูลได้เองผ่าน Control Panel หรือแจ้งทีมงานให้ดำเนินการให้ก็ได้ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับร้านค้าที่มีคำสั่งซื้อจำนวนมาก เราแนะนำให้ทดลองกู้คืนข้อมูลจริงอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่ากระบวนการใช้ได้จริงเมื่อถึงเวลาจำเป็น

OUR CLIENTS

องค์กรชั้นนำที่ไว้วางใจใช้บริการกับเรา

MORE SERVICES

ตั้งแต่ WordPress Hosting โฮสติ้งส่วนตัว คลาวด์เซิร์ฟเวอร์ ไปจนถึงโดเมนเนมและอีเมลในชื่อร้านของคุณ

พร้อมเปิดร้านค้าออนไลน์บนโฮสติ้งที่เร็วกว่าเดิมแล้วหรือยัง?

ปรึกษาทีมงานฟรี เราช่วยเลือกแพ็กเกจที่พอดีกับร้าน และย้ายร้านเดิมให้ทั้งหมดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ขอใบเสนอราคาฟรี

คลาวด์โฮสติ้งเพื่อ เว็บไซต์ และอีเมลองค์กร

บริการ Cloud ระดับ Enterprise ประเภท PaaS บน Global Cloud เข้าถึงได้เร็วทั้งจากในประเทศไทยและต่างประเทศ เหมาะสำหรับการเว็บไซต์องค์กร​ธุรกิจคุณภาพสูง การันตีคุณภาพการทำงานได้ตลอดเวลา ไม่มีสะดุด พร้อมสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจคุณอย่างเต็มที่!

ระบบอีเมลบริษัท "@yourdomain.com"

ระบบอีเมลบริษัท "@yourdomain.com"

Our Email Packages
เว็บโฮสติ้งเพื่อเว็บไซต์องค์กร

เว็บโฮสติ้งเพื่อเว็บไซต์องค์กร

Our Hosting Packages
Secure Data Center

Secure Data Center

ศูนย์ข้อมูล Data Center มาตรฐานระดับโลก ระดับ Tier 3+ ระบบความปลอดภัยสูงขั้นสูงสุด

Infrastructure Security

Infrastructure Security

การันตีด้วยมาตรฐานสากล ISO 27001:2013, ISO 22301:2012, ISO 20000-1 และ CSA-STAR

Unlimited Data Transfer

Unlimited Data Transfer

Network ระดับ 1000Gbps เร็วแรงทั้งในและต่างประเทศ ไม่จำกัด Data Transfer ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

Free Firewall

Free Firewall

ทุกเซิร์ฟเวอร์ฟรีไฟร์วอลล์ (Firewall Protection) คัดกรองและตรวจสอบข้อมูล ปกป้องช่องโหว่ในเชิงรุก

High Availability

High Availability

รองรับ High Avaliability ในกรณีที่เกิดความเสียหายต่อ Hardware หรือแม้แต่อุทกภัย/ภัยพิบัติ การันตี Uptime 99.99% Implement ด้วย Global Cloud Infrastructure มาตราฐานระดับโลกมากกว่า 10 Zone ไม่มีความเสี่ยงเรื่องความเสียหายของข้อมูล

Security Technology Leadership

Security Technology Leadership

"ความปลอดภัย" คือ สิ่งที่เราไม่เลยละเลย ฟรี Anti D-DoS ฟรีระดับ 5Gbps โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม On-premise หรือ On Cloud เรามี Solution ที่พร้อมจะดูแลความปลอดภัยต่อเซิร์ฟเวอร์และข้อมูลของคุณ

Support Any TOR Deploy

Support Any TOR Deploy

THAI DATA HOSTING พร้อมให้บริการในทุก Cloud Requirement เราสามารถตอบโจทย์และดูแล Cloud Solutions ในทุกกลุ่มธุรกิจ เพื่อให้การทำงานเป็นไปได้อย่างราบลื่น ประหยัดค่าใช้จ่าย และเป็นไปตามความต้องการ

THAIDATA

เรามุ่งเน้นการพัฒนาการบริการ รวมถึงคุณภาพของระบบเครือข่ายอย่างไม่หยุดนิ่ง โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักที่ชัดเจนคือ กลุ่มลูกค้าองค์กรธุรกิจขนาดย่อม (SMEs) ตลอดจนถึงองค์กรระดับ Corporation เป็นสำคัญ ด้วยบริการที่มีเสถียรภาพสูง ในราคาที่คุ้มค่าและสมเหตุ สมผล

CSA-STAR certifiedISO/IEC 27001:2013 certifiedISO 22301:2012 certifiedISO/IEC 20000-1 certified
Download Company ProfileTHAI DATA HOSTING

©2026 THAI DATA ENTERPRISE Co., Ltd. All Rights Reserved.