FAQ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ eCommerce Hosting
รวมคำตอบเรื่องราคา แพลตฟอร์มที่รองรับ การเชื่อมต่อ Payment Gateway การย้ายร้าน และกฎหมายที่ร้านค้าออนไลน์ต้องรู้
eCommerce Hosting คืออะไร ต่างจากเว็บโฮสติ้งทั่วไปอย่างไร?
eCommerce Hosting คือเว็บโฮสติ้งที่ปรับแต่งมาเพื่อเว็บไซต์ซื้อขายสินค้าโดยเฉพาะ รองรับระบบตะกร้าสินค้า (Shopping Cart) และการเชื่อมต่อระบบชำระเงินออนไลน์ (Online Payment) จุดต่างสำคัญจากโฮสติ้งทั่วไปคือ หน้าตะกร้าและหน้าชำระเงินแคชไม่ได้และต้องเขียนฐานข้อมูลตลอดเวลา จึงต้องมี Cache หลายชั้น อย่าง Redis และ OPCache มาช่วย รวมถึงต้องมีระบบความปลอดภัยระดับ WAF และ Anti-DDoS เพราะร้านค้าเก็บทั้งเงินและข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า
ราคา eCommerce Hosting เท่าไหร่ มีแพ็กเกจอะไรบ้าง?
มี 3 แพ็กเกจหลัก คือ Cloud Linux Super Speed เริ่มต้น 1,539 บาท/ปี สำหรับร้านเปิดใหม่, Cloud Linux Enterprise Business เริ่มต้น 2,890 บาท/ปี ซึ่งปรับแต่งมาเพื่อ WordPress และ WooCommerce โดยเฉพาะ พร้อมส่วนลดต่ออายุ 20% ต่อเนื่องทุกปี และ Cloud Private Hosting เริ่มต้น 2,599 บาท/ปี สำหรับร้านที่ต้องการทรัพยากรส่วนตัว ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชันและสเปกที่เลือก ขอใบเสนอราคาได้ฟรี
รองรับแพลตฟอร์มร้านค้าอะไรบ้าง?
รองรับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซโอเพนซอร์สยอดนิยมทั้งหมด ได้แก่ WooCommerce บน WordPress, PrestaShop และ OpenCart ซึ่งติดตั้งได้ใน 1 คลิกผ่าน Plesk Control Panel ส่วน Magento หรือระบบที่พัฒนาขึ้นเอง แนะนำให้ใช้ Cloud Private Hosting ขึ้นไป เพราะต้องการทรัพยากรและสิทธิ์ในการติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติม
มี Control Panel ให้ด้วยหรือไม่?
ทุกแพ็กเกจมาพร้อม Plesk Control Panel ซึ่งมี WordPress Toolkit สำหรับติดตั้งและดูแลร้านค้า จัดการไฟล์ ฐานข้อมูล โดเมน และระบบอีเมลได้เองอย่างง่ายดาย สำหรับ Cloud Private Hosting เลือก Control Panel ได้เองระหว่าง Plesk, cPanel, CyberPanel และ aaPanel
รองรับ PHP และฐานข้อมูลเวอร์ชันใดบ้าง?
เลือกใช้งาน PHP ได้เองตั้งแต่เวอร์ชัน 5.6 ถึง 8.3 ผ่าน Control Panel จึงรองรับทั้งร้านค้าเดิมที่ยังใช้ปลั๊กอินรุ่นเก่า และร้านใหม่ที่ต้องการความเร็วของ PHP 8 ส่วนฐานข้อมูลติดตั้งมาพร้อม MariaDB 10.5.19 ซึ่งใช้งานร่วมกับ WooCommerce, PrestaShop และ OpenCart ได้ทั้งหมด
เชื่อมต่อ Payment Gateway ของไทยได้ไหม?
ได้ทั้งหมด ร้านค้าบนโฮสติ้งของเราเชื่อมกับผู้ให้บริการรับชำระเงินในไทยได้ เช่น Omise, 2C2P, GB Prime Pay และ Ksher รวมถึงรับชำระผ่าน PromptPay QR และบัตรเครดิต/เดบิตที่ผ่าน 3-D Secure ระบบเปิดการเรียก API ออกภายนอกผ่าน cURL/OpenSSL รองรับ Webhook ที่ Gateway ยิงกลับมา และมี SSL ฟรีที่ต่ออายุอัตโนมัติ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ทุก Gateway บังคับ
ร้านค้าต้องทำ PCI DSS เองไหม?
ถ้าคุณรับชำระเงินผ่านหน้าเว็บของ Payment Gateway (แบบ redirect หรือ iframe) ข้อมูลบัตรจะไม่เคยผ่านโฮสติ้งของคุณ ขอบเขตความรับผิดชอบด้าน PCI DSS จึงแคบลงมาก และเป็นวิธีที่เราแนะนำกับร้านค้าทุกขนาด สิ่งที่ห้ามทำคือเก็บเลขบัตรเครดิตของลูกค้าไว้ในฐานข้อมูลร้านเอง เพราะนั่นจะทำให้ร้านต้องรับภาระการตรวจประเมินเต็มรูปแบบ
ร้านของฉันควรใช้แพ็กเกจไหน?
ดูจากจำนวนสินค้าและผู้เข้าชมเป็นหลัก ถ้าสินค้าไม่เกิน 300 รายการและผู้เข้าชมหลักร้อยคนต่อวัน Cloud Linux Super Speed เพียงพอ ถ้าขายทุกวัน มีสินค้าหลักพันรายการ และยิงแอดต่อเนื่อง ให้เริ่มที่ Cloud Linux Enterprise Business ส่วนร้านที่มีสินค้าหลักหมื่นรายการ ต่อ ERP หรือมีแคมเปญใหญ่ตามฤดูกาล ควรใช้ Cloud Private Hosting ที่ปรับสเปกได้ ทีมงานช่วยประเมินให้ฟรีก่อนตัดสินใจ
ย้ายร้านค้าเดิมมาที่นี่ เสียค่าใช้จ่ายไหม และเว็บจะล่มหรือเปล่า?
ย้ายให้ฟรีทั้งหมด ทั้งไฟล์ ฐานข้อมูล สินค้า และคำสั่งซื้อเดิม โดยเราจะสร้างร้านขึ้นบนระบบใหม่และทดสอบให้เรียบร้อยก่อน ร้านเดิมยังเปิดขายได้ตามปกติตลอดการย้าย แล้วจึงสลับ DNS ในช่วงที่ร้านเงียบที่สุด ถ้าโครงสร้าง URL เดิมยังเหมือนเดิม อันดับ SEO จะไม่ได้รับผลกระทบ และหากจำเป็นต้องเปลี่ยน URL เราจะทำ 301 Redirect ให้ครบทุกหน้า
มี SSL ให้ฟรีไหม จำเป็นแค่ไหนสำหรับร้านค้าออนไลน์?
ทุกแพ็กเกจติดตั้ง SSL (https) ฟรีด้วย Let’s Encrypt และต่ออายุให้อัตโนมัติ สำหรับร้านค้าออนไลน์ SSL ไม่ใช่ทางเลือก เพราะเบราว์เซอร์จะเตือนว่าเว็บไม่ปลอดภัยตั้งแต่หน้ากรอกข้อมูล ผู้ให้บริการรับชำระเงินก็บังคับให้ใช้ และ Google นับ HTTPS เป็นปัจจัยหนึ่งในการจัดอันดับ
ช่วงแคมเปญอย่าง 11.11 คนเข้าเยอะมาก เว็บจะรับไหวไหม?
ระบบทำงานเป็น Cloud Cluster บนฟาร์มเซิร์ฟเวอร์กว่า 1,000 เครื่อง จึงขยายทรัพยากรได้ทันทีโดยไม่ต้องย้ายร้าน เราแนะนำให้แจ้งทีมงานล่วงหน้าอย่างน้อยสองสัปดาห์ก่อนแคมเปญ เพื่ออัปเกรดสเปกชั่วคราว ตรวจสอบการตั้งค่า Cache และเตรียม Cloud Load Balance ในกรณีที่คาดว่าทราฟฟิกจะสูงมาก หลังแคมเปญจบจะปรับกลับลงมาได้
ขายของออนไลน์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และทำ PDPA ไหม?
ผู้ที่ขายสินค้าผ่านเว็บไซต์ของตัวเองมีหน้าที่จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มประกอบกิจการ และร้านค้าที่เก็บชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร และประวัติการสั่งซื้อของลูกค้า ก็อยู่ในขอบเขตของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) จึงควรมีนโยบายความเป็นส่วนตัวและขอความยินยอมเรื่องคุกกี้ให้ถูกต้อง ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูลของคุณอยู่บน Data Center ระดับ Tier 3+ ที่ผ่านการรับรอง ISO 27001
ขายบน Shopee, Lazada หรือ Shopify อยู่แล้ว ยังต้องมีเว็บของตัวเองไหม?
มาร์เก็ตเพลสช่วยให้เริ่มขายได้เร็ว แต่คุณไม่ได้เป็นเจ้าของช่องทาง ทั้งค่าธรรมเนียมต่อคำสั่งซื้อ การแข่งด้านราคา และการที่อันดับ SEO ไปสะสมอยู่ที่โดเมนของแพลตฟอร์มแทนของคุณ ร้านค้าที่ตั้งใจโตระยะยาวจึงมักทำทั้งสองทางคู่กัน คือใช้มาร์เก็ตเพลสหาลูกค้าใหม่ และมีเว็บของตัวเองไว้สะสมฐานลูกค้า ทำ SEO และคุมกำไรต่อออร์เดอร์
ใช้โดเมน .co.th หรือ .shop กับร้านค้าได้ไหม?
ได้ทุกนามสกุล โฮสติ้งไม่ได้จำกัดว่าโดเมนต้องเป็น .com สำหรับ .co.th และ .in.th ต้องใช้เอกสารนิติบุคคลหรือเครื่องหมายการค้าประกอบการจด ซึ่งทีมงานช่วยดำเนินการให้ได้ ทุกแพ็กเกจยังชี้โดเมนได้ไม่จำกัดจำนวน จึงใช้หลายโดเมนกับร้านเดียวหรือแยกร้านย่อยได้
ทำร้านสองภาษาและหลายสกุลเงินได้ไหม?
ได้ทั้งสามแพลตฟอร์มที่เรารองรับ WooCommerce ใช้ปลั๊กอินหลายภาษา ส่วน PrestaShop รองรับหลายภาษาและหลายสกุลเงินมาในตัว ข้อควรรู้คือเว็บหลายภาษาจะมีจำนวนหน้าเพิ่มเป็นเท่าตัว จึงควรตั้ง hreflang ให้ถูกต้องและเผื่อทรัพยากรของแพ็กเกจไว้ด้วย
เชื่อมเว็บกับ Shopee, Lazada หรือ LINE Shopping ได้ไหม?
ได้ โดยใช้ปลั๊กอินหรือบริการซิงก์สต๊อกที่เชื่อมผ่าน API ของแต่ละช่องทาง ระบบของเราเปิดให้เรียก API ออกภายนอกและตั้ง Cron ได้ ซึ่งเป็นสองอย่างที่งานซิงก์สต๊อกต้องใช้ ทั้งนี้การซิงก์บ่อยและสินค้าจำนวนมากจะใช้ทรัพยากรสูง ร้านที่ขายหลายช่องทางจริงจังจึงแนะนำ Cloud Private Hosting
ตั้ง Cron Job สำหรับงานอัตโนมัติได้ไหม?
ได้ ตั้งได้เองจาก Plesk Control Panel ร้านค้าส่วนใหญ่ใช้ Cron สำหรับสามงานหลัก คือ ตรวจออเดอร์ที่ค้างสถานะการชำระเงิน ซิงก์สต๊อกกับช่องทางอื่น และส่งอีเมลติดตามตะกร้าที่ลูกค้าทิ้งไว้ การใช้ Cron จริงยังแม่นยำกว่าการพึ่ง WP-Cron ที่ทำงานเฉพาะตอนมีคนเข้าเว็บ
จำเป็นต้องซื้อ SSL แบบเสียเงินไหม ในเมื่อมีของฟรีให้แล้ว?
สำหรับร้านค้าทั่วไปไม่จำเป็น SSL ของ Let’s Encrypt ที่ให้ฟรีเข้ารหัสข้อมูลได้เท่ากับใบรับรองแบบเสียเงินทุกประการ เบราว์เซอร์แสดงกุญแจเหมือนกัน ใบรับรองแบบเสียเงินต่างกันตรงการรับประกันความเสียหายและการตรวจสอบตัวตนองค์กร ซึ่งมักจำเป็นกับสถาบันการเงินหรือองค์กรที่มีข้อกำหนดเฉพาะ
สำรองข้อมูลบ่อยแค่ไหน และกู้คืนเองได้ไหม?
สำรองข้อมูลให้อัตโนมัติทุกวัน เก็บย้อนหลังนานถึง 30 วัน คุณกู้คืนไฟล์และฐานข้อมูลได้เองผ่าน Control Panel หรือแจ้งทีมงานให้ดำเนินการให้ก็ได้ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับร้านค้าที่มีคำสั่งซื้อจำนวนมาก เราแนะนำให้ทดลองกู้คืนข้อมูลจริงอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่ากระบวนการใช้ได้จริงเมื่อถึงเวลาจำเป็น