disaster recovery cloud hosting

Disaster Recovery บน Cloud Hosting แผนสำรองที่ธุรกิจห้ามมองข้าม

เลือกอ่านตามหัวข้อ

ลองจินตนาการว่าในเช้าวันจันทร์ที่ผู้คนกำลังทำธุรกรรมออนไลน์ ธนาคารใหญ่แห่งหนึ่งเกิดระบบล่มกะทันหัน ลูกค้าไม่สามารถโอนเงิน ชำระบิล หรือกดเงินสดได้ ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที ทั้งในสื่อออนไลน์และสาขาทั่วประเทศ อีกกรณีหนึ่งคือร้านค้าออนไลน์ที่กำลังจัดแคมเปญ 11.11 แต่กลับเจอปัญหา Data Center หลักล่ม ทำให้เว็บไซต์ใช้งานไม่ได้ ยอดขายหายไปเป็นล้านภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ธุรกิจทุกขนาดอาจเจอเหตุไม่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นไฟดับ น้ำท่วม ไฟไหม้ Cyber Attack หรือแม้กระทั่ง Human Error สิ่งที่จะตัดสินว่าธุรกิจ “อยู่รอด” หรือ “สูญเสีย” คือการมี Disaster Recovery (DR) ที่ดี โดยเฉพาะในยุค Cloud Hosting ที่กลายเป็นทางออกสำคัญในการสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity)

Disaster Recovery คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ

Disaster Recovery

Disaster Recovery คือกระบวนการและระบบที่ออกแบบมาเพื่อ “กู้คืน” (Recovery) ระบบ IT และข้อมูลให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติภายหลังเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ DR คือการ Backup ข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้วแตกต่างกันชัดเจน

การ Backup & Restore เป็นการคัดลอกข้อมูลเก็บไว้ในที่ปลอดภัยเพื่อดึงกลับมาใช้เมื่อไฟล์หายหรือถูกโจมตี ในขณะที่ DR ครอบคลุมกว่านั้น เพราะไม่เพียงเก็บข้อมูล แต่ต้องทำให้ระบบ ทั้งหมด กลับมาทำงานได้ภายในเวลาที่กำหนด เพื่อลดผลกระทบต่อรายได้ ชื่อเสียง และการปฏิบัติตามกฎหมาย

ทำไมธุรกิจยุคดิจิทัลต้องมี DR บน Cloud Hosting?

ธุรกิจในยุคดิจิทัลไม่มีใครยอมเสียเวลารอระบบล่มเป็นวันเหมือนในอดีต Cloud Hosting จึงเข้ามาเป็น game changer ในการสร้าง DR ที่ตอบโจทย์ยุคนี้

  1. ลด Downtime ได้จริง Cloud Hosting ช่วยให้คุณตั้ง Recovery Time Objectives (RTO) ได้ในระดับนาทีหรือชั่วโมง ไม่ใช่เป็นวัน ทำให้ระบบกลับมาให้บริการได้เร็ว
  2. ลดต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน การทำ DR แบบ On-premises ต้องลงทุน Data Center สำรอง ฮาร์ดแวร์ และทีมดูแลเองทั้งหมด ขณะที่ Cloud Hosting ให้คุณจ่ายเฉพาะที่ใช้ (Pay-as-you-go)
  3. ความยืดหยุ่นสูง ไม่ว่าคุณจะใช้ระบบเว็บไซต์ ERP หรือฐานข้อมูล Cloud Hosting สามารถรองรับได้ทั้งหมด
  4. Data Protection & Security ครบถ้วน ผู้ให้บริการ Cloud Hosting มีมาตรการ Cybersecurity และ Compliance ตามมาตรฐานสากล เช่น ISO/IEC 27001, GDPR หรือ PDPA

กลไกสำคัญของ DR บน Cloud Hosting

DR บน Cloud Hosting ไม่ได้มีเพียงแค่ “กดสำรองข้อมูล” แต่ประกอบด้วยเทคโนโลยีที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้ระบบพร้อมเสมอ

  • Real-time Replication ข้อมูลถูก replicate แบบ mirror ไปยัง Region หรือ Data Center อื่นทันที ทำให้หากระบบหลักมีปัญหา ก็ยังมีข้อมูลล่าสุดในอีกที่หนึ่ง
  • Failover System เมื่อระบบหลักล่ม ระบบจะสลับ (failover) ไปยัง Data Center สำรองอัตโนมัติ ทำให้ผู้ใช้งานแทบไม่รู้สึกถึง downtime
  • DRaaS (Disaster Recovery as a Service) เป็นบริการสำเร็จรูปบน Cloud ที่องค์กรสามารถเลือกใช้ได้ โดยไม่ต้องสร้างระบบ DR เองทั้งหมด ลดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย

Use Case จริงที่ DR บน Cloud ช่วยธุรกิจ

ในภาคการเงิน การมี DR ถือเป็นมาตรฐานขั้นต่ำ เพราะการโจมตีทางไซเบอร์ (Cybersecurity Threat) สามารถทำให้ระบบธนาคารล่มได้ หากไม่มี DR ลูกค้าจะไม่สามารถทำธุรกรรมได้เลย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือ

ในธุรกิจ E-commerce ความสำเร็จของการขายขึ้นอยู่กับการที่ระบบ High Availability ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ หากระบบสั่งซื้อหรือการชำระเงินหยุดชะงักแม้เพียง 1 ชั่วโมง ธุรกิจอาจสูญเสียรายได้มหาศาลและเสียความไว้วางใจจากลูกค้า

ในภาค Healthcare ข้อมูลผู้ป่วยคือสิ่งที่ต้องเข้าถึงได้ทันที แม้เกิดปัญหาระบบหลักล่ม การมี DR Cloud ช่วยให้โรงพยาบาลยังเข้าถึงเวชระเบียนและข้อมูลการรักษาได้อย่างต่อเนื่อง

ปัญหาที่มักเจอ หากไม่มี Disaster Recovery

หลายธุรกิจมักมองข้ามการทำ DR เพราะเห็นว่าเป็นต้นทุนที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ แต่เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด ความเสียหายที่เกิดขึ้นกลับสูงกว่ามาก

  1. สูญเสียรายได้ จากระบบที่ล่มและไม่สามารถให้บริการได้
  2. ข้อมูลหายถาวร เพราะไม่มีระบบ Backup & Restore ที่เพียงพอ
  3. เสียความน่าเชื่อถือกับลูกค้า เพราะลูกค้าคาดหวังว่าบริการจะใช้งานได้เสมอ
  4. ความเสี่ยงทางกฎหมาย หากไม่สามารถปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA ได้

แนวทางวางแผน DR สำหรับธุรกิจ

องค์กรที่ต้องการนำ DR บน Cloud Hosting มาใช้อย่างจริงจัง ควรเริ่มจากการ ประเมินระบบที่สำคัญ (Critical System) ว่าบริการไหนที่หยุดไม่ได้แม้เพียงชั่วโมงเดียว

ต่อมาคือการเลือก RPO (Recovery Point Objective) และ RTO (Recovery Time Objective) ให้เหมาะสม เช่น ระบบการเงินอาจต้องมี RPO ที่เป็น “ศูนย์” หมายถึงไม่ยอมสูญเสียข้อมูลแม้แต่รายการเดียว

การ ทดสอบแผน DR เป็นประจำก็สำคัญ เพราะแผนที่ดีแต่ไม่เคยทดสอบก็ไม่ต่างอะไรกับไม่มีแผนเลย สุดท้ายควรพิจารณาเลือกผู้ให้บริการ Cloud Hosting ที่มี High Availability และ DRaaS ในตัว เพื่อให้องค์กรมั่นใจว่ามีระบบสำรองพร้อมใช้งานเสมอ

สรุป

โลกธุรกิจดิจิทัลทุกวันนี้ไม่ให้โอกาสกับ “ข้อผิดพลาดซ้ำซาก” การมี Disaster Recovery บน Cloud Hosting ไม่เพียงช่วยให้ธุรกิจของคุณอยู่รอดจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด แต่ยังสร้างความมั่นใจแก่ลูกค้า นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจว่าองค์กรพร้อมเสมอ

สำหรับองค์กรที่กำลังมองหาบริการ Cloud Hosting ที่มาพร้อมระบบ DR และ Backup แบบครบวงจร THAI DATA HOSTING พร้อมเป็นพันธมิตรที่จะช่วยคุณสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน

สอบรายละเอียดเพิ่มเติม
Facebook
Twitter
Email

Related Posts

หมวดหมู่ที่น่าสนใจ